ความรู้สึกร่วมของการให้และรับ (เครื่องมือฝึกใจให้แข็งแรงสู้ Covid ตอนที่7)

ผู้เขียน : ปัณฑารีย์ ทันตสุวรรณ

ชื่อ : ความรู้สึกร่วมของการให้และรับ

“ผมว่า มันอันตรายนะ ออกไปทำอะไรข้างนอกเนี่ย แต่ถ้าถามว่า จิตอาสาที่นึกถึงตอนนี้คืออะไร ผมนึกถึงหมอ พยาบาล ที่เขาทำงานกันอย่างหนักช่วงนี้” คำตอบจากลุงคนขับรถแท็กซี่ เมื่อฉันถามเขาว่า ถ้านึกถึงงานจิตอาสาช่วงโควิด จะนึกถึงอะไร

ฉันเห็นด้วยกับลุงนะ หมอและพยาบาลน่าจะทำงานหนักกว่าปกติมาก ๆ ช่วงที่ผ่านมา แล้วฉันก็คิดต่อว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น งานจิตอาสาหมายรวมถึงการทำงานที่มีเงินเดือนแต่ยินยอมทำงานหนักมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น แต่ผู้อื่นได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และอาจเป็นได้ทั้งงานบริการ งานช่วยเหลืออื่น ๆ ที่บุคคลนั้นยินยอมสละกาย ใจ สมอง เพื่อช่วยให้ส่วนร่วมดีขึ้นแมไ้มไ่ด้รับ ผลตอบแทนเป็นรปูธรรมด้วยรึเปล่า

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายคำว่าจิต หมายถึง ใจ ที่มีหน้าที่รู้ คิดและนึกได้ พอมารวมกับคำว่า อาสา หมายถึง เสนอตัวเข้ารับทำเพื่อสาธารณะ จึงพบว่า จิตอาสาเป็นคำเชิงบวกที่หมายถึง การเป็นผู้มีจิตแห่งการให้ด้วยความเต็มใจ สมัครใจเพื่อทำประโยชน์ ซึ่งตรงกับที่พระไพศาล วิสาโล ให้คำนิยามจิตอาสาว่า เป็นจิตที่พร้อมเสียสละเวลา แรงกาย สติปัญญา เป็นจิตที่ไม่นิ่งดูดายเมื่อพบเห็นปัญหาหรือความทุกข์ยากของผู้อื่น และยังมีอีกคำหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกัน คือจิตสาธารณะ หมายถึง การมีสำนึกหรือความคิดที่จะทำประโยชน์ให้แกส่ังคมหรือคนทั่วไป

ในช่วงกักตัวป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การทำจิตอาสามีหลากหลายรูปแบบ ทั้งทำตู้แบ่งปันอาหาร ไป แจกอาหารช่วยเหลือผู้ที่่กำลังลำบาก คนที่ไปช่วยเหมือนได้ทำบุญ ได้ให้ เหมือนเห็นคนอื่นเป็นทุกข์แลว้อยากแสดงความช่วยเหลือ ตามกำลังที่มี แบ่งปันวัตถุกัน ไม่ให้คนขัดสน ไม่ปล่อยให้คนอื่นลำบากจนต้องไปลักขโมยหรือไปเบียดเบียนกัน ซึ่งผู้ให้ก็อาจได้รับ ผลตอบแทนเป็นความอิ่มเอบิใจ ความปิติยินดีที่ได้ช่วยเหลือเมื่อเห็นคนคลายความทุกข์ ความรู้สึกเมตตากรุณาเหล่านั้นจะปรากฎ ในใจของเขาเอง รวมถึงการน้อมใจเพื่อขอบคุณผู้อื่นที่กระทำความดีงามก็เป็นการแสดงพลังถึงความยินดี ความชื่นชม ความ อนุโมทนาในการทำความดีของผู้อื่นเช่นกัน อย่างการส่งกำลังใจให้หมอและพยาบาลหรือผทู้ี่ทำงานอย่างหนักช่วงนี้ให้มีแรงใจต่อไป

 

การเป็นจิตอาสาหรือทำเพื่อส่วนร่วมอาจไม่ต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ไม่ใช่ทำเพื่อให้คนอื่นชื่นชม ว่าเป็นคนดี ไม่ใช่ทำประโยชน์แก่ตนเอง ในมุมมองฉัน สถานการณ์ตอนนี้ที่มีข้อควรปฏบิัติมากมาย มีกติการในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่การกระทำที่เราเลือกได้ว่าจะช่วยเหลือสาธารณชนในยามวิกฤติเป็นเหมือนการแสดงออกถึงการเลือกทำเพื่อคนอื่น มากกว่าเห็น แก่ประโยชน์ตนฝ่ายเดียว และการทำงานจิตอาสาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากมีส่วนกลางหรือหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน เช่น การตรวจพื้นที่วิกฤตของความลำบาก การนับของบริจาค แล้วส่งของเพื่อให้ความเกื้อกูลนี้ไปถึงทุกหย่อมหญ้า ให้เกิดระบบบริหาร จัดการที่ดียิ่งขึ้น และฉันคิดว่าการที่ยังมีจิตอาสาอยู่กระจายกันในแต่ละพื้นที่ นั่นแสดงให้เห็นว่า คนในชุมชนนั้นได้สังเกต สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ชีวิตของคนอื่น ๆ แล้วมีความรู้สึกร่วมกับพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ว่า ยังมีคนที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์เชื้อไวรัสครั้งนี้อยู่ ยังมีคนเดือดร้อน จึงได้ลงมือกันช่วยเหลือ นั่นก็แสดงให้เห็นถึงความงดงามในจิตใจมนุษย์ที่มีความ เมตตาต่อกันที่ไม่ใช่มีแค่ในประเทศไทย ต่างประเทศหลาย ๆ แห่งก็มีการทำตู้แบ่งปันอาหารและของใช้เช่นกัน

ไม่แน่ว่าการเป็นผู้ให้ก็คือส่วนหนึ่งของการเป็นผู้รับ เพราะความต้องการให้ได้สมบูรณ์แล้วที่มีเป้าหมายว่าจะช่วยเหลือ แบ่งปัน และได้ทำจนสำเร็จ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นเกิดขึ้นกับผู้ลงมือทำเท่านั้น ต้องลองทำดู แล้วรู้สึกด้วยตัวเอง

อ้างอิง

พระไพศาล วิสาโล. (2548). เมื่อดอกไม้บานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน. กรุงเทพฯ : เครือข่ายพุทธิกา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ. 2542. สืบค้นวันที่ 1 พฤษภาคม 2563.

http://www.royin.go.th/?knowledges=%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B

ภาพประกอบ :

https://www.google.com/search?q=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E

https://www.google.com/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%84%E

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000039740