ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง

                                                                                                               ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง

ผม เกิดที่ รพ. กรุงเทพคริสเตียน สีลม กทม. ชีวิตวัยเด็กเติบโตในจังหวัด กาญจนบุรี จนจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวิสุทธรังสี เข้ากรุงเทพมาศึกษาต่อที่นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ควบคู่กับการเรียนรัฐศาสตร์ รามคำแหง และจบปริญญาตรีสองสาขาพร้อมกัน สอบได้เนติบัณฑิตไทยภายในปีเดียว และสอบเข้ารับราชการอัยการในปี 2543 ต่อมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทนิติศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับทุนเรียนปริญญาโทด้านการบริหารกระบวนการยุติธรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา และทุนศึกษาจากสำนักงานอัยการสูงสุดจนจบระดับปริญญาเอกด้านกฎหมายจากประเทศออสเตรเลีย

แม้การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นงานที่หนัก เครียดและกดดัน แต่ผมก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจและมีความสุขในทุกๆวันที่สามารถทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้โดยการอำนวยความยุติธรรมให้ทั้งฝ่ายจำเลยและผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามยังพบว่ากระบวนการยุติธรรมทางอาญายังมีข้อบกพร่องอยู่อีกมาก ทั้งในส่วนของระบบกฎหมายและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลายๆครั้งเป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดหลุดรอดจากการลงโทษตามกฎหมาย แต่ที่โหดร้ายที่สุดคือความบกพร่องนั้นๆทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นจำเลยและถูกจำคุกทั้งๆ ที่ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดอีกจำนวนมาก แม้โดยส่วนตัวจะทำหน้าที่ให้ความยุติธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพียงใดแต่ก็จำกัดอยู่แค่งานคดีที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่จะขยายความช่วยเหลือแก่ผู้บริสุทธิ์ให้แพร่หลายไปทั่วประเทศ

จากการสนับสนุนจากโครงการ คศน. ทำให้ ผมก่อตั้งโครงการ คืนความยุติธรรมให้ผู้บริสุทธิ์ (Innocence Project Thailand) โดยการช่วยเหลือจากเพื่อนๆที่มีอุดมการณ์จากหลายสาขาอาชีพทั้ง ทนายความ อาจารย์มหาวิทยาลัย สื่อมวลชน ราชทัณฑ์ ฯ บริการให้ความช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหาดำเนินคดีอาญาทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถติดตามได้จาก https://www.facebook.com/Innocence-Project-Thailand-1599841263595798/  “ ผมโชคดีที่มีเพื่อนที่ดีมากมายให้ความเชื่อมั่น ไว้ใจ ทุกๆคนเข้ามาช่วยเหลือด้วยจิตใจบริสุทธิ์ พวกเราทำงานเพียงปารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ โดยไม่หวังลาภ ยศ สรรเสริญหรือสิ่งตอบแทนใดๆ”

นอกจากเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาแล้ว ผมยังเป็นนักวิชาการเขียนหนังสือและบทความวิชาการมากมาย และยังให้ความสนใจในเรื่องการศึกษา โดยเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายวิชากฎหมายในหลายมหาวิทยาลัย นอกจากการถ่ายทอดวิชาความรู้ในด้านกฎหมายแล้ว ยังมีแรงบันดาลใจว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่ใช้ความรู้กฎหมายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมีคุณธรรมและมนุษยธรรมด้วย