ดร.วรชาติ เฉิดชมจันทร์

คุณคือใคร

โดยหน้าที่การงานเป็น “อาจารย์” สอนในมหาวิทยาลัย โดยวิชาชีพตามปริญญาบัตรเป็น “นักกายภาพบำบัด” สรุปรวมๆ เป็น “อาจารย์กายภาพบำบัด” ที่ตั้งใจอยากผลิต “นักกายภาพบำบัดที่สามารถดูแลตนเองและผู้อื่นด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” เป็นคนตัวเล็กๆ ไม่สูง มีพุงนิดๆ ชอบเรียนรู้และไม่กลัวอุปสรรคในการทำงาน หลายๆ ครั้งเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว เชื่อคนง่าย แต่มักรู้ตัวได้เร็ว บางครั้งก็ทันคนอื่นแต่หลายๆ ครั้งมักตกเป็นเครื่องมือคนอื่น มีพื้นที่ส่วนตัว มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์ และสนใจกระบวนการพัฒนาเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านใน

เส้นทางการทำงานจนเติบโตของท่านเป็นอย่างไร

จบปริญญาตรีเป็นนักกายภาพบำบัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ก็มาเป็นอาจารย์ประจำในคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นอาจารย์ตั้งแต่จบปริญญาตรี เนื่องจากช่วงเวลานั้นขาดแคลนอาจารย์กายภาพบำบัดเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาเป็นอาจารย์ที่ต้องมาสอนรุ่นน้องๆ ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวตน หัวโขน และภาพลักษณ์อย่างมากมาย ต้องทำงานในภาวะของการ ”ยอมรับ” และ ”ไม่ยอมรับ” ปัจจุบันก็ยังคงทำงานในที่เดิมกว่า 20 ปี เรียนรู้และพัฒนาตนเองตามช่วงวัยและการเติบโตของคณะกายภาพบำบัด เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้าง ระบบ คนทำงาน และวัฒนธรรมตามช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

การเติบโตก้าวหน้าในเรื่องหน้าที่การงาน มักเป็นไปตามช่วงเวลาที่ผ่านไป เติบโตขึ้นตามประสบการณ์และความรับผิดชอบ ถือเป็นการเติบโตตามหน้าที่การงาน แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ การเติบโตทางจิตวิญญาณ ยอมรับว่า การทำงานในมหาวิทยาลัยเอกชน เป็นโอกาสสำคัญในชีวิตที่ได้เรียนรู้และพัฒนาหล่อเลี้ยงคุณภาพด้านในของเราอย่างแท้จริง จนหลายๆ ครั้งไม่แน่ใจว่า การทำงานในที่มีระบบและโครงสร้างเป็นใหญ่จะสามารถทำให้เราพัฒนาด้านในได้มากหรือไม่

ดังนั้น หากพูดถึงเส้นทางการทำงานจนเติบโตมาถึงปัจจุบัน ต้องบอกว่าส่วนสำคัญอยู่ที่การเรียนรู้ระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นการผลัดเปลี่ยนของผู้คนที่ผ่านเข้ามา สภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจที่ตกต่ำ สังคมเพื่อนที่อยู่รอบข้าง ชีวิตคู่ ล้วนแต่เป็นฉากสำคัญในเส้นทางการเติบโตโดยแท้

งานแห่งชีวิตของท่านคืออะไร เป็นอย่างไร

ตัวเองตั้งเป้าหมายในการทำงานในช่วง 5 ปีนี้ว่าจะทำเรื่อง “การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์” ทำให้การศึกษาเป็นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านใน มีคนตั้งสมมติฐานเสมอว่า พฤติกรรมมนุษย์ที่ขาดคุณธรรมและจริยธรรม เอาเปรียบซึ่งกันและกัน อิจฉา คอร์รัปชั่น แก่งแย้ง ชิงดีชิงเด่น เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำสงครามเพื่อครองอำนาจและทรัพยากร ไม่สามารถจัดการกับปัญหาของตัวเองได้ จนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และอื่นๆ อีกมากมาย มาจาก “ระบบการศึกษาที่ล้มเหลว”

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ปัญหาสังคมที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันนั้น เป็นเรื่องของคุณภาพภายในของแต่ละบุคล เป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจโลกภายใน ไม่ใช่เรื่องวิชาการที่เป็นความรู้นอกตัว การศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสำคัญไปกับความรู้นอกตัว ความรู้ทางวิชาการแบบ Hard Skill ให้คุณค่าและความหมายกับการเป็นที่หนึ่งจากการสอบแข่งขัน สร้างและกำหนดเป็นกติกาสังคมให้ยอมรับกับทักษะและความสามารถที่วัดได้จากภายนอกเท่านั้น

แล้วการศึกษาเพื่อการเรียนรู้และเติบโตด้านในเป็นหน้าที่ของใคร?

ใครจะรับผิดชอบ

ใครจะช่วยจรรโลงสังคมที่ต้องอยู่ร่วมกัน?

งานที่อยากทำ คือ ทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและผู้เรียนจากภายใน ทำให้ผู้เรียนสามารถออกแบบงานอาชีพที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเอง
ประเด็นอื่นๆ ที่ท่านสนใจร่วมด้วยอย่างน้อย 3-5 ประเด็น

การขับเคลื่อนประเด็นสิทธิและการเข้าถึงบริการและสวัสดิการสังคมของคนพิการและผู้สูงอายุ