ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล

                                                                                                     ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล

เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ

 

คุณคือใคร

ผมเป็นทันตแพทย์ที่สนใจมากกว่าเรื่องของทันตแพทย์และทันตสาธารณสุข  ผมเชื่อว่าสรรพสิ่งล้วนเกี่ยวเนื่องกัน เราไม่สามารถสนใจทำหน้าที่ตามวิชาชีพของเราเพียงอย่างเดียวได้ การที่เราไม่กระทำใดๆ ก็จะส่งผลต่อสังคมเช่นกัน

เส้นทางการทำงานจนเติบโตเป็นอย่างไร

ผมเรียนจบทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี 2533 เริ่มต้นชีวิตการทำงาน 5 ปีแรกในโรงพยาบาลชุมชนสามง่าม จังหวัดพิจิตร และย้ายเข้ามาที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนน์ ตอนนั้นมีความพยายามที่จะแก้ปัญหาโรคฟันผุของเด็กในพื้นที่ โดยไม่ทำตามนโยบายที่สั่งการลงมา เพราะเห็นว่ามันไม่เหมาะสมกับพื้นที่ ต่อจากนั้นได้รับการชักชวนมาเป็นอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมชุมชน ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สนุกสนานกับการสอนและการพานิสิตลงฝึกงานภาคสนาม การที่ได้ไปทำงานในโรงพยาบาลชุมชนมาก่อนทำให้สามารถเชื่อมเรื่องราว ยกตัวอย่างในการสอนได้ชัดเจน เป็นอาจารย์ได้ประมาณ 5 ปีก็ไปเรียนต่อ ปริญญาโทสังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นการเปิดโลกกว้างเรื่องของ เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และจิตวิทยา ถือเป็นการปูพื้นฐานที่ทำให้ผมเข้าใจสังคมในมุมมองของศาสตร์ต่างๆมากยิ่งขึ้น ผมได้เรียนต่อปริญญาเอก การสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ที่ Tokyo Medical and Dental University ที่ญี่ปุ่นอีก 4 ปีครึ่ง ช่วงนี้เป็นการเปิดโลกกว้างในเรื่องวงการวิชาการทันตสาธารณสุขระดับนานาชาติ มีความเชื่อมั่นในการทำวิจัย การนำเสนอผลงาน ฯลฯ เมื่อกลับมาทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะสิ่งที่ภาคภูมิใจคือ การปรับหลักสูตรในส่วนของภาควิชาทันตกรรมชุมชนให้มีวิชาภาคสนามมากขึ้น เรียนทฤษฎีน้อยลง เพราะเชื่อมั่นว่า การเรียนรู้จากการทำงานจริง เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจะทำให้นิสิตได้เข้าใจได้มากกว่า

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ การได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการทันตแพทยสภาวาระที่ 5 ซึ่งผมสนใจงานคุ้มครองผู้บริโภค ทำให้ในช่วงนั้นได้ทำงานวิจัยเล็กๆเกี่ยวกับการจัดฟันแฟชั่นที่กำลังระบาดในหมู่วัยรุ่น จนนำไปสู่การทำโครงการแก้ปัญหาเรื่องจัดฟันแฟชั่นร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จนปัญหาเบาบางลง ซึ่งการทุ่มเทแก้ปัญหาจัดฟันแฟชั่นทำให้ผมได้รับการเสนอชื่อให้เข้ามาเป็นผู้นำในโครงการเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (คศน.) ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งในชีวิตที่ได้พบปะอาจารย์ผู้ใหญ่ ได้เพื่อนๆที่ทุ่มเททำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะในด้านต่างๆ ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้พัฒนาทักษะของผู้นำ ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการร่วมแลกเปลี่ยนลงมือทำกับเพื่อนๆ จนทำให้ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายในการทำทำเพื่อสังคมและเห็นว่าเครือข่ายนี้จะทำให้สังคมไทยมีความหวัง จนนที่สุดผมได้ตัดสินใจที่ลาออกจากการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาเป็น เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ เพื่อที่จะเป็นผู้เอื้ออำนวย ประสานงาน สนับสนุนเพื่อนๆให้ขับเคลื่อนสร้างสังคมสุขภาวะตามความฝันของเพื่อนแต่ละคน

ผมตัดสินใจว่า ควรใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมีมาทำหน้าที่ให้วิชาชีพทันตแพทย์ด้วย จึงชักชวนพี่ๆน้องทันตแพทย์ลงสมัครเป็นกรรมการทันตแพทยสภาวาระที่ 8 ซึ่งได้รับเลือกตั้งเกือบยกทีม ผมได้ดำรงตำแหน่งอุปนายกทันตแพทยสภาคนที่ 2

งานแห่งชีวิตคืออะไร

ผมมีงานหลักของชีวิตอยู่ 2 ส่วน คือ งานที่ทำในส่วนที่เป็นวิชาชีพ โจทย์ชีวิตในส่วนนี้คือ ทำอย่างไรให้คนไทยมีสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งจะมีตั้งแต่การทำให้เกิดความเป็นธรรมในสิทธิทางทันตกรรมของคนทุกคน การสร้างให้มีบุคคลกรขึ้นมาใหม่ที่จะมาทำงานร่วมกับทันตแพทย์ในส่วนงานทันตกรรมป้องกัน หรือการสร้างระบบฐานข้อมูลทางทันตกรรมเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เป็นต้น ส่วนงานหลักอีกงานคือ การสนับสนุน เอื้ออำนวย ประสานงาน เชื่อมโยงเครือข่ายให้เพื่อนๆที่ทำงานเพื่อสังคมเกิด Synergy ในการทำงาน

บทเรียนการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบุคคลอื่นอย่างไร 

บทเรียนเล็กๆในการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบุคคลอื่น คือ การไปจัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำให้ทันตแพทย์ในภาคใต้กับทีมผู้นำคศน. ที่ได้ทำให้ทันตแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนกว่า 30 คนได้ทบทวนชีวิตของตนเอง รู้จักตนเอง ตั้งเป้าหมายของชีวิต มีแรงบันดาลใจในการทำงานทันตสาธารณสุขในชุมชนต่อไป

คนสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกวันนี้คือใคร?

คนที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมีมากมายหลายคน ถ้าเลือกเพียงหนึ่งคนผมเลือก อาจารย์วิจารณ์ พาณิช ซึ่งถือเป็นครูผู้มีความกรุณา ท่านเป็นผู้รอบรู้หลายเรื่อง โดยเฉพาะการจัดการความรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ อาจารย์เป็นครูที่ถ่ายทอดเนื้อหาความรู้ผ่านหนังสือมากมาก  อาจารย์ยินดีรับฟังและให้คำแนะนำที่เปิดกว้างให้ผมคิด ให้ตัดสินใจทำได้เอง

ประเด็นอื่น ๆ ที่สนใจร่วมด้วย

  1. ประชาธิปไตยทางด้านพลังงาน
  2. ความมั่นคงทางอาหาร
  3. ความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ
  4. การพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่