ทำความรู้จักกับการเป็น “นัก” อื่นๆของ ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

“หากท่านไม่ยอมยกเลิกสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอันดามัน เราจะอดอาหารจนชีวิตตายไป”
ช่วงหนึ่งของแถลงการณ์ประท้วงอารยะขัดขืน หนึ่งในภาพจำของ

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล คือนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวพัทลุง ที่พากลุ่มคน มาเรียกร้องเพื่อให้ยุติ โรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่-เทพา ที่ได้รับชัยชนะในที่สุด นั้นหมายถึงการยุติการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินได้ ด้วยเหตุนี้  ชัย หรือ ประสิทธิ์ชัย หนูนวล  ภาพลักษณ์ ของเขาจึงยังคง เป็น นักประท้วง นักเคลื่อนไหว เรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าอย่างนั้น เมื่อ โครงการโรงไฟฟ้า ยุติแล้ว พี่ชัยทำอะไรต่อ นั่นคือคำถามที่อาจะเกิดขึ้นว่าวันๆคนเหล่านี้เขาทำอะไร หรือ จะมานั่งอดข้าวประท้วงแค่เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินไปเพื่ออะไร  เมื่อเราอยากรู้จักมากกว่าการเป็นนักประท้วง บทสนทนาเหล่านี้จึงเกิดขึ้น เพื่อค้นหาความเป็นนักทั้งหลายของชายผู้นี้

CHAPTER 1

นักเรียนรู้

“ตอนเรียนเรามีความฝันว่าเราอยากเห็นระบบเศรษฐกิจที่ดี ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ ก็มีคำถามกับมัน ตลอดเวลาว่ามันใช่เหรอ? ระบบเศรษฐกิจที่เรียนอยู่ อยู่ภายใต้ข้อสมมุติทั้งนั้นแล้วก็ไม่ชอบมันแล้วคิดว่ามันมีคำตอบแบบอื่นที่ไม่ใช่เศรษฐกิจแบบนี้ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้มันโตเฉพาะบางคน และมันกลายเป็นแรงบันดาลใจ แล้วถ้าเราทำแบบนี้ได้เราทำคนเดียวไม่ได้ เราต้องไปร่วมกับคนอื่น 

คือตอนที่ไปอดข้าว มันเป็นเรื่องเล็กหนึ่งของการหยุดภัยคุกคาม แต่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือการสร้างภูมิภาคที่มีการพัฒนาสีเขียว เราตั้งใจกันมาตลอดว่าอยากจะสร้างภาคใต้ ให้มีการพัฒนาสีเขียว สีเขียวก็มี อากาศที่ดี ทะเลที่ดี อาหารที่ดี เชื่อมต่อระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน นี่คือความฝันสูงสุดเลยแต่ว่าการจะสร้างโลกแบบนี้ต้องเริ่มสร้างจากรูปธรรม

การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน การสร้างเขื่อน ซึ่งมันจะทำลาย รูปธรรมเหล่านี้ไป เราจำเป็นที่จะต้องหยุดมันก่อน นั่นคือเรื่องในระหว่างทาง แต่เส้นทางของเราคือการออกแบบการพัฒนา และนี่คือเป้าหมายของเราจริงๆ

CHAPTER 2

นักออกแบบ

“ที่ผ่านมา คุณทำอะไรนอกไปจากการประท้วงอดข้าวในครั้งนั้น”

เวลาไม่เห็นเราอยู่หน้าทำเนียบเวลาส่วนใหญ่ของเรา 90% คือการทำเรื่องการออกแบบภาคใต้สีเขียวให้เป็นภูมิภาคของโลกไม่ใช่ของประเทศไทย เราเชื่อว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจของภูมิภาคอื่นของโลกได้ ถ้าเราทำภาคใต้ได้

“อะไรคือภาคใต้สีเขียว”

ถ้าถามว่าอะไรคือ รูปธรรมของภาคใต้สีเขียว คุณภาพชีวิตของคนที่ค่อยๆดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจต้องคู่กับการพัฒนา เราจะไม่ทำโดยพัฒนาแบบการอบรมแต่เราจะสร้างรูปธรรมให้เกิดระบบเศรษฐกิจด้วย เช่นอะไร  Andaman Go Green อย่างใ เกาะลันตาประกาศเป็นเมืองหลวงในการทำโซล่าเซลล์ Green Energy หลายโรงแรมทำ Zero Carbon Business เขาก็ไม่ต้องทำการตลาดอีก เต็มแม้กระทั่ง low season

เพราะเขาได้สร้างคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว อย่างที่พังงากำลังเกิดโรงเรียน เกษตรปลอดภัยเพื่อการขายายการปลูกพืชเป็นอาหารที่ปลอดภัย สำหรับการบริโภค มีการเชื่อมกันระหว่างอันดามันกับอ่าวไทย โดยเฉพาะที่พัทลุง มีการลงนามกันและในอนาคตเราจะมีการส่งสินค้าซึ่งกันและกัน แบบนี้สักห้าปีสิบปีมันจะค่อยๆเกิดขึ้นมา  เรื่องสำคัญจะถูกออกแบบที่ภาคใต้ คำตอบเรื่องพลังงาน คำตอบเรื่องน้ำ คำตอบเรื่องการออกแบบผังเมือง ผังเมืองสำคัญมาก มันจะแบบให้นำไปสู่การพัฒนาสีเขียวได้อย่างไร ผังเมือง ผังเมืองเป็นตัวกำหนดทุกอย่างในการพัฒนา ซึ่งแต่ก่อนเนี่ยรัฐทำประชาชนมีส่วนร่วมบ้างเล็กน้อยเป็นพิธีกรรม

CHAPTER 3

นักฝัน

“อันที่จริง ก็ต่อสู้เรื่องภัยคุกคามสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ ”

คำว่าสำเร็จคือ น้ำ ป่า ทะเล ในภาคใต้ต้องไม่ถูกทำลาย ลูกหลานต้องได้ใช้ต่อ สามเรื่องนี้ ถามเรื่องไหนวิกฤติวิกฤติหมดเราจะรักษาฐานทรัพยากรนี้ไว้ได้ แม้มันจะถูกทำลายไว้เยอะแล้ว ความฝันขั้นที่สอง คือการสร้างระบบเศรษฐกิจของประชาชนขึ้นมา เรามีวิธีการแน่ๆในการเป็นแหล่งผลิตอาหารมากกว่าการกวาดไปสู่การผลิตพลังงาน

ให้มันสมดุลยกัน และสร้างระบบเศรษฐกิจให้มันเชื่อมโยงกัน ซึ่งเราคิดว่า มันจะสำเร็จภายใน ห้าถึงสิบปีนี้อย่างแน่นอน เพราะงั้น ถ้าสองอย่างนี้บรรลุมันก็จะต่อยอดได้อีกในรุ่นถัดไป แม้สิ่งที่เราจะต้องต่อสู้กับวิธีคิดของพวกเรากันเอง วิธีการชนะทุกอย่างคือการสร้างรูปธรรมให้เห็น การถกเถียง ถกเถียงได้ แต่การสร้างรูปธรรมคือคำตอบ

การสร้างรูปธรรม การออกแบบ หมายถึงอะไร?

ภาคใต้จะเป็นภาคที่มีความมั่นคงเรื่องอาหาร รักษาพันธุ์กรรม มีการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีสัดส่วนมากขึ้น เกิดเศรษฐกิจเชื่อมกันระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน และเกิดการกระจาย เศรษฐกิจการท่อเที่ยวและภาคอื่นๆ นี่คือสิ่งที่ เราฝันอยากเห็นภาพนั้น ร่วมกัน เราเชื่อว่าเศรษฐกิจดีแล้สังคมจะดีตาม  เราไม่ได้คิดว่าทำให้สังคมดีก่อนแล้วทรัพยากรมันจะดี มันทำไม่ได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ปากท้องคนหิวคนลำบาก  ชวนคิดเรื่องสาธารณะมันจะมีข้อจำกัด เอาเข้าจริงแล้ว เวลาเราคิดเรื่องการดีไซน์ทรัพยากรและเศรษฐกิจ แท้จริงแล้วมันคิดการดีไซน์สังคม แต่มันมีประโยชน์ของตน และประโยชน์ของสาธารณะร่วมกันไป  มันจะทำให้ มีพลัง และเราคิดว่าภาพแบบนี้เราค่อยสร้าง กันไป

CHAPTER 4

นักรบ

เรื่องการออกแบบต้องเป็นเรื่องของรัฐไม่ใช่หรือ ประชาชนจะต้องทำอะไร

“รัฐไทยไม่เคยหวังดีต่อประชาชน”

พี่ชัยเปลี่ยนท่าทีจากการนั่งคุยสบายๆ มาเป็นการยืดหลังตรงและถูมือเล็กน้อยอันนี้หมายถึงการทบทวนรัฐไทยในรอบห้าสิบปีเรื่องเดียวที่มีต่อประชาชนคือการสงเคราะห์ แต่รัฐไทยไม่ได้ทำให้พัฒนาไปจนโตตามศักยภาพของตัวเอง ทำให้การพัฒนาประเทศเหลื่อมล้ำอันดับหนึ่งของโลกได้ไง ในประเทศที่โครตจะอุดมสมบูรณ์ เราจะหาประเทศไหนที่สมบูรณ์ได้อย่างประเทศนี้มีไม่กี่ประเทศหรอก   (พี่ชัยส่ายหัวเล็กน้อย)

ในโลกนี้มันไม่เคยเปลี่ยนด้วยคนขนาดใหญ่แต่เราเชื่อว่า การสร้างรูปธรรมมันจะเปลี่ยนได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงกล้าฝันใหญ่ เรื่องภาคใต้สีเขียว หลังจากนี้เราถึงมีการทำความเข้าใจกัน เรื่อย ๆ หลายๆ ครั้งให้ทุกคนเห็นภาพร่วมกัน การพูดซ้ำ ๆเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการพูดครั้งเดียว อาจจะไม่เข้าใจ  อาจจะเข้าใจในสมองแต่ไม่เข้าในความรู้สึก ก็ต้องพูด และรูปธรรม ให้เห็นคนจะเริ่มตกผลึก

มันเหมือนจิ๊กซออยู่ที่โน้นที่นี่ไม่รู้มันจะต่ออย่างไร แต่เมื่อเกิดมันมากขึ้น มันจะต่อกันเองและเมื่อนั้นมันจะมีพลังอันนั้น
อาจจะใช้เวลา 5  ปี 10 ปี ก็ไม่เป็นไร

หลายคนบอกว่ารัฐมันใหญ่ นะ ทุนใหญ่ ปัจเจคหลายคนสู้ได้เหรอ ผมว่าความรักมันเปลี่ยนทุกอย่างได้ ความรักของคนๆเดียวสามารถเปลี่ยนหลายสิ่งได้ แล้วถ้าความรักที่เกิดจาก คนหลายคนมาหลอมรวมกัน  มันจะมีอนุภาคการเปลี่ยนมากกว่าเดิมมันเลยมีอนุภาพ

CHAPTER 5

นักรัก

เราเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ต่อสู้เพื่อบางสิ่งเพื่อบางอย่าง ด้วยท่าทางที่หนักแน่นและมั่นคงเช่นนั้น
แต่บางอย่างภายใต้ความหนักแน่นและแข็งแรงกลับ

เป็นอ่อนโยน สั่นไหว นุ่มนวล อย่างความรักเนี่ยหรือ

ภายใต้ความรัก และอนุภาคแห่งนามธรรม

จะหลอมรวมกันได้อย่างไร เมื่อเรามีนิยามความรักที่ต่างกัน

อะไรคือความรักที่คุณกำลังหมายถึง

“ถ้าเราเป็นปัจเจก เมื่อเรารู้สึกว่าเราไร้ค่าเราจะไม่รักตัวเอง คนพวกนี้มีแนวโน้มทำร้ายตัวเอง แต่เมื่อไหร่ที่คนเห็นศักยภาพของตัวเอง รักตัวเอง จะเริ่มพัฒนาตัวเอง ขึ้นมา เหมือนกันเลย  ความรักทำหน้าที่แบบเดียวกันไม่ว่ามันจะอยู่ในปัจเจก ชุมชน แผ่นดิน

ลองสังเกตุเมื่อแต่ละคนเป็นปัจเจก เวลาเรารักอะไรสักอย่าง เราจะทุ่มเทมัน เพราะอยากได้สิ่งนี้ ยกตัวอย่าง เช่น อยากได้รถยี่ห้อนี้แบบชอบมากเลย เราจะฝันและทุ่มเทมัน และพยายามทำทุกอย่าง หรือเราไปรักใครสักคน เราจะทำทุกอย่าง เรารักแผ่นดินก็เหมือนกัน เราจะทำเพื่อให้แผ่นดินนี้คงอยู่ และสวยสดงดงาม ถ้าเรารักมัน…

คือ การทำให้คนเห็นว่าถ้าสายน้ำนี้หายไป พืชมันจะหายไปอย่างไร น้ำใต้ดินหายไปอย่างไร น้ำในบ่อจะหายไปอย่างไร

แล้วถ้าเราทำให้มัน อุดมสมบูรณ์มีพืชที่อยู่ชายน้ำมากขึ้น ปลาจะเริ่มมากขึ้น มันจะกลายเป็นความมั่นคงในอาหาร แล้วเราจะสามารถเอาน้ำในลำคลองเนี่ยแหละ ไปใช้ในภาคการเกษตรได้แล้วน้ำไม่แห้ง

การทำงานอยู่บ้านคือการได้เงิน การไปทำงานนอกบ้านคือการได้เงินน้อยกว่า และคุณจะต้องสูญเสียเวลาและความอบอุ่นในครอบครัว

เมื่อความรู้สึกรักแผ่นดินเริ่มขึ้นแล้ว คนจะเริ่มรู้สึกว่าเราจะรักษา ทรัพยากรแผ่นดินนี้อย่างไร  เมื่อเกิดอารมณ์ ความรู้สึกตรงนี้ มันจะเริ่มมีพลังอย่างหนึ่งที่เรียกว่าพลังของการออกแบบ แต่พลังนั้นต้องไม่เป็นพลังในการแฝงเร้นเรื่องผลประโยชน์ นะครับ

 

CHAPTER 6

นักผนึก

เราตั้งคำถามเกี่ยวกับการรวมหลากหลายคนหลากหลายความ หลากหลายนิยาม นามธรรม ความรัก
อะไรคือพลังของการรวมตัวกางออก ขยาย และนำไปสู่การหยั่งรากอย่างมั่นคง

พลังของความรักแผ่นดินที่เราอยากเห็นภาพอนาคตร่วมกัน แบบนี้ มันจะมีพลัง แต่ถ้ามันมีนัยยะ หรือผลประโยชน์แอบแฝงไม่นานเดี๋ยวมันก็แตก มันจะเผยช่องว่างและทำลายตัวเอง

เพราะงั้นเวลาเราไปทำงานที่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งคือเราต้องทำให้คน ในที่นั่นเห็นภาพอนาคตร่วมกันว่าเส้นทางทั้งหมดเราจะไปบรรลุตรงนี้นะ ประโยชน์ ที่จะได้รับสำหรับและสาธารณะ คือแบบนี้นะ มันเลยกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราต้องไปคุยกับคนอื่นๆเยอะนะ

ตลอด สิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่ใช้ชีวิตในนครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ พังงา สตูล สงขลาบ้าง เพื่อหลอมรวมมิติความคิดของแต่ละคน แต่ละคนก็จะมีวิธีการเคลื่อนของตัวเอง แต่ในจังหวะ หนึ่ง เดี๋ยวทุกคนก็จะมาตกผลึกเองว่า เราจะต้องไปทางนี้นะ

คือตอนแรกมันเริ่มที่กระบี่ก่อน Krabi Go Green ขยายไปสู่ พังงา และประกาศไปสู่ Andaman Go Green ตอนนี้มีการพูดถึงภาคใต้โกกรีน นี่คือการหลอมรวมวิธีคิดและความรู้สึกของคนเข้าด้วยกัน

แล้วเราเชื่อว่าความนามธรรมที่เรียกว่าความรัก กับภาพอนาคตเนี่ย มันโครตมีอนุภาพเลย รัฐต่อให้มีอำนาจแค่ไหน ก็ทำลายภาพอนาคตและความรู้สึกร่วมของคนทำลายไม่ได้ ต่อให้คุณหยุดยั้งได้ชั่วขณะ แต่คุณทำลายไม่ได้

มันมีอนุภาพและมันจะเปล่งประกายเมื่อถึงเวลาและจังหวะของมัน อันนี้เกิดจากประสบการณ์ ตัวเอง ปัจเจกจึงสำคัญ เหล่านี้เป็นกระบวนการทำให้คน ศรัทธาในแผ่นดินตัวเอง มีความรักในแผ่นดินตัวเอง

แต่คุณพูดถึงแต่ภาคใต้เพียงอย่างเดียวเลยนะ

จริงๆเวลาพูดภาคใต้มันก็ไปถึงภาคอื่นด้วยนะเพราะเอาเข้าจริงโครงสร้างประเทศเรา  ฐานยังอยู่ที่การเกษตรอยู่ ยกเว้นอุตสหกรรมขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องอาศัย ความอุดมสมบูรณ์ อะไรของพื้นถิ่น

เพราะงั้น การรักษาฐานทรัพยากรไว้ได้จึงเป็นการรักษาฐานเศรษฐกิจและสังคม เราไม่สามารถจะพูดว่า สังคมจะดีได้ ถ้าไม่มีฐานทรัพยากรและเศรษฐกิจที่ดี

คือเราจะ โรแมนติกไม่ได้ ว่าเรามีสังคมที่ดีแล้วเราจะมาสร้างทรัพยากรที่ดี ในขณะที่คนหิวโหย ยากลำบาก  เพราะงั้นมันจะทำไม่ได้ แต่ว่าเมื่อไหร่ เราใช้สิ่งที่ทำให้ฐานและทรัพยากรเศรษฐกิจดี สังคมมันจะเริ่มดีแล้วจะเริ่มคิดนวัฒกรรมสังคมหรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้คือ คือสิ่งที่เป็นเรื่องสำคัญ ฐานทรัพยากรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกแบบ เราจึงต้องทุ่มเทเพื่อรักษาฐานทรัพยากร เพราะถ้าเราสูญเสียน้ำ สูญเสีย ทะเล สูญเสียป่าไม้ เราจะทำอะไรไม่ได้เลย เราจะเป็นผู้มีหน้าที่รับการสงเคราะห์ และเป็นแรงงานอยู่ในโรงงานไร้ศักยภาพ ไร้การสร้างสรรค์ สังคมเป็นสุขมันก็ทำไม่ได้

ถ้าวัตถุดิบท้องถิ่นหายไป อุตสาหกรรมก็ตายนะ ถ้าทรัพยากรไม่ดี ดินไม่ดีน้ำไม่ดี สองอันนี้ก็จะมีปัญหา เศรษฐกิจต่อมาคือประมง ถ้าสารสิ่งแวดล้อมทางทะเลไม่ดี ประมงก็เรียบร้อย

ภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่รองอันดับสองคือภาค การท่องเที่ยว เมื่อไหร่ฐานสิ่งแวดล้อมของอ่าวไทยหรืออันดามันไม่ดี นักท่องเที่ยวก็ไม่มา เศรษฐกิจเรื่องอาหาร การขนส่ง ที่พักก็จะลดลง ตอนนี้ก็เห็นชัด

CHAPTER 7

การเลือกเป็นนัก

ถ้าต้องเลือกเป็นนักอะไรสักอย่าง เราจะเป็นนักอะไรดี

พี่ชัยหันมายิ้มกว้าง

ตามบริบท ที่คุณอยู่ แต่คุณมีหมดเลย การแชร์บน Facebook มีพลังไม่น้อยไปกว่าการที่คุณไปยืนบนถนนเลย ซึ่งสังคมยุคนี้มันเลยอาจเป็นสังคมที่มีนัยยะ ที่เราสามารถสื่อสารพร้อมๆ กันให้รัฐรับรู้ ในช่วงระยะเวลา ไม่นานนักใช้เวลารณรงค์ 5 วัน รัฐต้องตระหนัก  เพราะถ้ารัฐไม่ตระหนัก จากพลังโซเชียลจะออกมาสู่ท้องถนนนะ เพราะงั้น ทุกคนยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ทั้งหมดไม่ว่าอะไรก็ตาม

ทีนี้มันเห็นความน่ารักของคนเยอะนะครับ เช่น เขาก็ไม่ถนัดมากกับการขัดแย้ง แต่เขามีความสุขมากกับการจัดการขยะ หรือมีความสุขมากกับการไปทำกิจกรรม กอดต้นไม้โดยที่ไม่ให้เขามาตัดต้นไม้ หรือ ก่อนหน้านี้ที่มีการโบกปูนที่ต้นไม้เขาก็ไปกอดต้นไม้กันว่าอย่าโบกปูนหมดเพราะต้นไม้มันหายใจไม่ได้ นี่แหละกิจกรรมที่ ทุกคนมีส่วนร่วมได้หมด

อย่าลืมว่า การกอดต้นไม้หนึ่งต้น ความหมายคืออะไร ความหมายคือคุณกำลังบอกว่าคุณรักต้นไม้และรักป่า เพราะงั้นหนึ่งกิจกรรม โดยนัยยะแล้ว ความหมายไปไกลมากกว่านั้น มันมีพลังของมันหมดเลย

ผมศรัทธาว่าทุกคนมีศักยภาพของตัวเองหมดเลย แล้วทุกคนขอให้ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องออกมาประท้วงบนถนนครับ

ทุกคนมีพลังหมด ไม่ว่าอยู่ตรงไหนก็ตาม ขอแค่คุณเห็นภาพร่วมกันก่อน ว่าทรัพยากร เป็นสิ่งที่ต้องรักษา และคุณได้รับประโยชน์ จากการรกษาทรัพยากรนี้ แอคชั่นเหรอ ตามสไตล์