นพ.สมาน ฟูตระกูล

                                                                             นพ.สมาน ฟูตระกูล

 

คุณคือใคร?

นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560) เกิดมาเป็นเด็กเทพ ( ณ รพ. ศิริราช กรุงเทพฯ) แต่ไปโตที่จังหวัดนครปฐม จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แล้วมาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วไปเป็นแพทย์ที่จังหวัดจันทบุรี และนครราชสีมาเป็นเวลา 5 ปี จึงได้ไปศึกษาต่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา กับเวชศาสตร์ครอบครัว เมื่อจบแล้วมีพี่ที่กระทรวงสาธารณสุข (ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ฉายศรี สุพรศิลป์ชัย) ชวนมาทำงานด้านควบคุมโรคไม่ติดต่อ ทำอยู่ได้สองสามปีท่านอดีตปลัดกระทรวง (ท่านณรงค์ สหเมธาพัฒน์) ได้ชวนให้มาบุกเบิกงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งแรกรับปากท่านว่าจะรับทำเป็นงานเสริมจากเพราะขณะนั้นรับผิดชอบด้านการวิจัยและจัดการความรู้เกี่ยวกับการควบคุมโรคไม่ติดต่อ แต่กลับกลายเป็นงานหลักที่ทำอยู่จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดีด้วยการที่มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องใช้กฎหมายเพราะต้องจำกัดสิทธิบางประการของคนบางส่วนเพื่อประโยชน์ของคนส่วนรวม และการที่ถูกฟ้องร้องจากบริษัทน้ำเมาเรียกค่าเสียหายที่ทำให้เขาขายน้ำเมาได้ลดลงเป็นเงินเกือบ 50 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องศึกษานิติศาสตร์จนสำเร็จปริญญาอีกใบ

งานแห่งชีวิตของคืออะไร?

แน่นอนครับ คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากการควบคุมปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยเสี่ยงอันดับที่หนึ่ง คือการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะไม่มีใครจะมาทำแทน เอ้ย ไม่ใช่! เพราะเห็นว่าเป็นงานที่เป็นประโยชน์มากกว่าการสร้างวัด หรือสร้างโบสถ์วิหาร เนื่องจากจะช่วยลดการบาดเจ็บ เจ็บป่วย พิการ และเสียชีวิตของพี่น้องชาวไทยและทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย

คนสร้างแรงบันดาลใจทุกวันนี้คือใคร

งานการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นงานหนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าเราไม่สามารถทำให้เกิดผลสำเร็จได้เลยหากทำเพียงคนเดียวหรือองค์กรกรเดียว การที่เราขับเคลื่อนงานนี้ได้สำเร็จไม่ว่าการผลักดันกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างนโยบายสาธารณะ การสร้างชุมชนต้นแบบ ฯลฯ นั้น ล้วนแต่ต้องทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอื่นอย่างหลากหลาย เครือข่ายสำคัญๆที่พอจะจัดกลุ่มได้ คือ ต้องทำงานร่วมกับ 1) เครือข่ายภาควิชาการ 2) เครือข่ายภาครัฐ 3) เครือข่ายภาคประชาสังคม ตามแนวทางสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาตามที่อาจารย์ประเวศ ได้ให้แนวคิดไว้นานแล้ว แต่ถูกต้องเป็นจริงอย่างชัดเจนที่สุด ดังนั้นคนสร้างแรงบันดาลใจให้ผมทุกวันนี้ ก็เป็นท่านอื่นไม่ได้นอกจากท่านอาจารย์ประเวศ วะสี นั่นเองครับ

ประเด็นอื่นๆ ที่สนใจร่วมด้วย?

ด้วยการที่ปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาพยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงจากอดีตที่เป็นเชื้อโรคเป็นหลัก กลายมาเป็นโรคไม่ติดเชื้อที่ปัจจัยก่อโรคส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงทีเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลหรือมีผลประโยชน์มหาศาลมาเกี่ยวข้อง โดยตัวพาหะนำให้แพร่หลายก็คือธุรกิจที่ร่ำรวยติดอันดับโลกดังนั้นการควบคุมไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะเหมือนในอดีต แต่ต้องคุมด้วยกฎหมายและการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม ดังนั้นทั้งเรื่องกฎหมายและการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม จึงเป็นประเด็นที่สนใจร่วมด้วยครับ