นับ 0 ถึง 10

0 คือ ชื่อของ Core Module แรกที่พวกเรา คศน.3 ได้เรียนรู้และสัมผัส ”Orienting the map, Orienting the mind” ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนใน สองรุ่นแรก ปรับเข็มทิศ แผนที่ชีวิตการทำงาน และปรับจิต ของพวกเราทุกคน ก่อนที่จะร่วมกันเดินทางไกล ในระยะเวลาอย่างน้อยอีกสองปีข้างหน้าหรือมากกว่านั้น

1 คือ หนึ่งใจรวมกัน ร่วมเดินทางล่องใต้ไปสู่จุดหมายปลายทางที่ปัตตานี ที่ใครๆฟังแล้ว ถามว่า”ไปทำไม”
“ ไม่กลัวเหรอ” ผมบอกตัวเองว่า “ไปครับ” เพราะสัญญากับทาง มคศน.และผู้จัดการ(พี่เฮ้าส์) แล้วเพราะฉะนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตามก็จะต้องจัดการตัวเองและทำตามข้อตกลงนั้นให้ได้ ถึงหาดใหญ่นอนพักโรงแรม นีโอ รุ่งเช้าเดินทางไปบนถนนเพชรเกษม 43 มุ่งสู่ปัตตานี จากการที่ได้ไป ที่นั้นได้รับรู้และเข้าใจว่าผู้คนทุกภาคส่วน ไม่ว่า รัฐไทย ภาคประชาสังคม นักวิชาการ( ศวชต ที่มีพี่จี๊ดเป็นแกนนำและ Deep South Watch หรือ ชาวไทยเชื้อสายมลายูเองต่างก็มีเจตนารมณ์เดียวกันที่จะนำพาสันติสุขมาสู่บ้านของพวกเขา และที่ประทับใจอย่างมากอีกอย่างคือ การที่มีคนสาธารณสุขกลุ่มหนึ่งที่ทุ่มเทกายและใจให้กับการทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่น ชาวโรงพยาบาล มายอที่มี พี่นิรันดร์เป็นผู้อำนวยการ และที่สำคัญ หนึ่ง คือ พี่ใหม่ในสายตาของพี่เอก

2 คือ 2 Mentor ที่ร่วมเดินทางลงไปกับพวกเราในครั้งนี้ อาจารย์ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล และ อาจารย์ ชูชัย ศุภวงศ์ ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆแต่ก็ได้ใจพวกเราไปมากเช่นกันครับ 2 คศน. รุ่นพี่ที่ร่วมเดินทางด้วยกันคือ อาจารย์ อี๊ด และคุณนุ่น ซึ่งทำหน้าที่ผู้ช่วยครูใหญ่ได้อย่างเยี่ยมยอด 2 คศน. รุ่นพี่ในพื้นที่ที่ช่วยประสานการเรียนรู้ให้กับทีมพวกเราเป็นอย่างดีคือ พี่จุ๊กและแจง ขอบคุณ โรตี ชาชัก อันอร่อยแสนหวานและห้องนอนที่แสนสบาย ณ โรงแรม CS ปัตตานี ถึงแม้จะมีการกู้ภัยระเบิดข้างๆ โรงแรม เราและรูมเมทอย่างน้องป๊อปก็ยังนอนหลับสบาย

3 คือ 3 สาวชาลีแองเจิ้ล มิ้น นุ้ย เบญ ที่น่ารัก ที่คอยดูแลพวกเราไม่ขาดตกบกพร่อง จะกิน จะนอน จะทำอะไรนางฟ้าเสกให้เราได้หมดทุกอย่าง และที่สำคัญคือช่วยเสกของหายของผมและพี่กบ ให้กลับมาสู่เจ้าของอีกด้วย 3 สัตว์ที่เป็นตำนาน ณ หาดสมิหลา หน้าโรงแรม บีพี สมิหลาที่น้องแพ็บ เล่าเรื่องราวได้อย่างเห็นภาพพจน์ หนู กลายเป็น เกาะหนู แมว กลายเป็น เกาะแมว หมา กลายเป็นเขาตังกวนและลูกแก้ว กลายเป็นหาดทรายแก้วซึ่งพวกเรารับรู้ได้ว่าหาดสวยงามแห่งนี้จะคงอยู่กับคนสงขลาตลอดไปอย่างสวยงามเพราะมีคนดีอย่างพี่หนู พรรณิภาช่วยดูแล และน้องแพ็บก็พาพวกเราไปสู่ จะนะ ที่ที่ได้พบพี่แทนและชาวประมงบ้านสวนกงที่ยืนหยัดว่าพวกเขาจะมีความสุขกับท้องทะเลและท้องฟ้าที่นั่นตลอดไป

4 คือ 4 สิ่งมหัศจรรย์ที่เราได้พบที่บ้านคีรีวงศ์ นครศรีธรรมราช จังหวัดบ้านเกิดน้องเจี๊ยบ อย่างแรกที่เข้าไปสัมผัสคือ ภูเขา ต้นไม้ สายนํ้าและอากาศที่สดชื่น อย่างที่สอง คือ มิตรไมตรี และรอยยิ้มที่พบเห็นได้จากชาวบ้าน”บ้านขุนนํ้า” อย่างที่สามคือ อาหารที่อร่อย นํ้าพริก ผักต่างๆและผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ คือมังคุด( กก.ละ140 บาท)ทุเรียนบ้าน ที่นำมาแปรรูปเป็นสินค้า OTOP ชั้นเยี่ยม และอย่างที่สี่คือวิถีแนวคิดการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน ที่มีการเตรียมผู้นำไว้ 4 รุ่น มีการรวมกลุ่มคนเพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่เช่นกลุ่มผ้ามัดย้อม กลุ่มผ้าบาติกลายเทียน กลุ่มทำสบู่มังคุด ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกและที่พักแบบโฮมสเตย์ ที่ให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับวิถีชาวบ้านอย่างถึงที่สุด(ครูจิ๋วบอกว่ามีความสุขมากกับบ้านพักที่นั่น)

5 คือ 5 เรื่องที่ คุณประสิทธิ์ชัย หนูนวล ท่าศาลา ที่ได้มอบให้พวกเราได้เรียนรู้ คือ 1.CHIA คือการกำหนดยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ 2.CHIA คือการสื่อสารสาธารณะ 3.CHIA คือ การปกป้องชุมชนโดยการใช้ข้อมูลและปัญญา 4.ปัญหาบางปัญหาไม่ใช่เป็นแค่ปัญหาของเฉพาะพื้นที่แต่เป็นปัญหาของสาธารณะ และ 5. “สำนึกร่วม จะเป็นพลัง” เพื่อที่จะ “ล้อมรั้วปกป้องพื้นที่ผลิตอาหาร” ของคนกินปลาทุกคน และคำถามสำคัญก็เกิดขึ้นที่นี้ จากพี่ดาว “คุณคือใคร” “ทำไมคุณถึงได้เข้ามาร่วมงานนี้” เสื้อลายปลาที่พวกเราช่วยกันประมูล เพื่อให้คนกินปลาได้มีแรงยืนหยัดต่อไป บางคนอาจจะเรียกว่า ”ทำบุญ” บางคนอาจจะบอกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนกินปลาที่ร่วมด้วยช่วยกัน แต่วันนั้นแสดงให้เห็นถึงความงดงามของนํ้าใจที่พวกเราพร้อมที่จะส่งมอบออกไปให้กับผู้คนที่เราได้พบเจอ (โดยเฉพาะความใจถึงของหมอน้อยและพี่เล็ก พี่ยุ้ยรวมตัวเลขบอกว่าได้ถึง 20, 500บาท)

6 คือ หมายเลข ข้างหน้าของ บัตรประจำตัวที่หมายถึง ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแต่อยู่ในลักษณะชั่วคราว กล่าวคือ คนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแต่ยังไม่ได้สัญชาติไทยเพราะทางการยังไม่รับรองทางกฎหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อยตามชายแดนหรือชาวเขา กลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบุคคลที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแต่อยู่ชั่วคราว เช่น นักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย แม้บางคนจะถือพาสปอร์ตประเทศของตน แต่อาจจะมีสามีหรือภรรยาคนไทยจึงไปขอทำทะเบียนประวัติเพื่อให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านสามีหรือภรรยา คนทั้งสองแบบที่ว่านี้ถือว่าเป็นบุคคลประเภท 6 คนไทยผลัดถิ่นที่ด่านสิงขรที่เราไปเยี่ยมก็ได้รับสถานภาพจากรัฐบาลไทยแบบนี้อยู่เช่นกันหลายคน ความขมขื่นใจที่สัมผัสได้ทำให้เรา(โดยเฉพาะ ป.ลาภ) คิดว่ามันต้องมีสักวันที่จะมีทางออกที่เหมาะสมให้กับพวกเขา

7 คือ วันที่ 7 กรกฎาคม 2505 เป็นวันเกิดของผู้หญิงแกร่งหัวใจเพชร พี่หน่อย จินตนา แก้วขาว ที่ต่อสู้กับทุนนิยมเพื่อปกป้องบ้านเกิดและธรรมชาติให้คงอยู่ด้วยกันตลอดไป (ถ่ายทอดสดจากรายการ ไซม่อนแอนด์ดานุบโชว์พร้อมกับบทเพลงที่ซาบซึ้งใจจากพี่เจี๊ยบและลูกชาย) และอีกทั้งยังเห็นความเข้มแข็งของคนที่บ่อนอกที่กล้าจะบอกว่า ประจวบคีรีขันธ์จะเป็นอย่างไรคนประจวบขอกำหนดเอง อากาศสดชื่นหาดทรายสวยๆที่ ศิศินา รีสอร์ทเป็นที่นอนรวมหมู่คืนสุดท้ายของพวกเราทุกคน

8 คือ 8 วันที่พวกเราเดินทางร่วมกันตลอด Core Module นี้ ตั้งแต่ 16 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2556 มิตรภาพที่งอกเงยและงดงาม เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่ได้รับจากการเดินทางครั้งนี้ และความประทับใจจากการทำ AAR บนรถบัส นำโดยอาจารย์โอ๋ ที่ทำให้คนพูดน้อยอย่างพี่หน่องและพี่เจษก็ได้พูดอีกครั้ง

9 คือ ก้าวต่อไปข้างหน้าที่พวกเราจะได้ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย ซึ่งก็ปรากฏผลเห็นชัดทันทีก่อนที่จะสิ้นสุดการเดินทางในครั้งนี้คือ การที่พวกเราได้เตรียมนำผลงานที่ได้เรียนรู้จากการเดินทางครั้งนี้ มานำเสนอเป็นรูปธรรม คือเรื่อง “ดอกไม้ที่ปลายปืน PEACE in HEALTH และ HIA อนาคตกับความท้าทาย (นำทีมโดยพี่เต่าและฝ่ายสนับสนุนคือณนุต) ที่จะได้แสดงในงาน HA จากความทุ่มเทสุดๆของเจ้าแม่ ฟอรั่ม (นุ้ย)

10 คือ สิบนิ้วประนมกราบขอบพระคุณผู้ที่ให้กำเนิด “Core Module 0” อันสุดวิเศษที่ ช่วยร้อยเรียงเรื่องราวและชีวิตของพวกเราให้เชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว ท่าน ”ครูใหญ่” อาจารย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ที่ทำได้ทุกอย่างเป็นทั้งครู นักดนตรี นักร้อง ช่างภาพ นักปั่นราคา นายช่างเทคนิค และเตรียมการคลอด Core Module หน้าต่อไปเพื่อที่พวกเราจะได้พบเพื่อนๆที่เหลือ “อ้วน ต้น ก่อเขตและพี่แย้”
พี่โจบอกว่า “ ถ้าไม่รู้อะไร จะถาม อาจารย์หมอโกมาตร เพราะท่านรู้ทุกอย่าง ”

                                                                                          สุรัตน์ ตันติทวีวรกุล ผู้เขียน