พญ.ภัทรวลัย ตลึงจิตร

 

                                              พญ.ภัทรวลัย ตลึงจิตร

 

คุณคือใคร

เป็นสูติแพทย์ ที่คิดว่าคนไข้ควรมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง และไม่สามารถรับฝากคนไข้พิเศษได้เพราะไม่มีเวลา ไม่สามารถสนองความต้องการที่ไม่จำกัดและไม่สามารถยอมรับการดูแลที่ไม่เสมอภาคได้ ถ้าอยากได้เงินคงต้องไปทำมาหากินวิธีอื่น

เป็นอาจารย์ ที่ไม่มีชั่วโมงบรรยายที่แน่นอน สอนตามอัธยาศัยเมื่อศิษย์พร้อม สนใจเรียนรู้ปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ๆ ร่วมกับสาขาวิชาชีพและศาสตร์อื่นๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ตื่นรู้ สามารถสร้างความรู้ใหม่และเรียนรู้ด้วยตนเองได้

เป็นนักวิจัยที่อยากทำงานวิจัยที่ได้นำไปใช้จริง เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่เอาไว้ขอตำแหน่งวิชาการและวางไว้บนหิ้ง คอยแต่อ้างอิงและเชื่อความรู้มือสองของคนอื่นมากกว่า

เป็นลูกชาวสวน ที่ยังไม่มีปัญญาจะกลับไปพัฒนาที่ดินบรรพบุรุษให้เกิดประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็น แต่สนใจเรียนรู้เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

เส้นทางการทำงานจนเติบโตเป็นอย่างไร

  • เป็นเด็กต่างจังหวัดที่เติบโตมากับระบบการเรียนรู้แบบดั้งเดิม และผ่านสายพานระบบการศึกษามาได้เรื่อยๆเพราะชอบอ่านหนังสือ ชอบเรียนรู้ และไม่ค่อยมีคำถามว่าจะเรียนรู้ไปทำไม จนจบแพทย์ไปทำงานใช้ทุนที่บ้านนอก จ.ระนอง 1 ปี และ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 2 ปี โดยที่เป็นแพทย์รุ่นแรกที่รัฐบาลไม่บรรจุเป็นข้าราชการ ไม่มีสวัสดิการ บำนาญใดๆ และเจอกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เริ่มเป็นปีแรกๆ เห็นทั้งทุกข์ของคนไข้และบุคคลากรจากนโยบายประเทศ ถอดใจกับระบบราชการ จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานของรัฐฯ กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัยไปหาครูบาอาจารย์และฝึกวิทยายุทธ์เพิ่มเติมหลังใช้ทุนครบสามปี เผื่อชีวิตจะมีทางเลือกมากกว่านี้
  • ชีวิตการเรียนแพทย์ เป็นแพทย์ประจำบ้าน เป็นอาจารย์แพทย์ในรร.แพทย์ที่เดิม จริงๆแล้วอาจจะเป็นกะลาขนาดใหญ่ที่ครอบเราไว้จากโลกภายนอก การเรียนจบแพทย์เฉพาะทางทำให้ฉลาดลึกแต่อาจจะโง่กว้าง เรียนจบใหม่ๆผ่าได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า จบเฉพาะทางทำได้เฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวกะเรา
  • เมื่อได้ไปเรียนต่อทางระบาดวิทยาที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้พบอาจารย์ เพื่อนๆที่หลากหลายจากประเทศเพื่อนบ้าน ลงไปเก็บข้อมูลวิจัยในพื้นที่หลากหลายวัฒนธรรมและมีความไม่สงบ ได้เห็นสิ่งที่อาจารย์ทำทั้งการสร้างองค์ความรู้เพื่อช่วยพัฒนาระบบสุขภาพ และการดูแลผู้ป่วยที่เอาไปใช้ได้จริง ไม่ใช่วางบนหิ้งประดับ ได้พบความทุกข์จากความเจ็บป่วยของคนใกล้ชิดในครอบครัว กลายเป็นญาติคนไข้ซะเอง พบว่าสิ่งเหล่านี้นำไปสู่การเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีชีวิตใหม่

งานแห่งชีวิตคืออะไร ?

พยายามทบทวนอยู่นานหา Lifelong project ยังไม่เจอ คงเพราะชีวิตยุ่งเหยิงกับหลายงาน ปัญหาหลายอย่างเกินไป และพยายามทำทุกงานเหมือน “งานแห่งชีวิต” ด้วยวิธีคิดที่ว่าปัญหาสังคมอันซับซ้อนคงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยคนหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง การทำงานกับกัลยาณมิตรที่มีอุดมการณ์ร่วมกันด้วยปัญญา น่าจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ

บทเรียนการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบุคคลอื่น?

การทำ special project: communication for change กับพี่น้อง คศน.ซึ่งมาจากหลากหลายปูมหลัง ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมายกว่าสิ่งที่อยู่ในตำรา การได้ลงมือทำในสนามจริงที่หลากหลาย ท้าทายการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้พบเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่พร้อมจะเรียนรู้ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน แม้ว่าผลของงานที่ทำจะไม่ได้โดดเด่นเห็นกันในเร็ววัน

คนสร้างแรงบันดาลใจทุกวันนี้คือใคร

เมนถ่อและพี่น้อง คศน. เป็นคนสร้างแรงบันดาลใจสำคัญ สำหรับความมุ่งมั่นที่จะทำตามอุดมการณ์แม้จะเหนื่อยยาก ทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้บ้าอยู่คนเดียว

จากจุดเริ่มต้นที่ได้อ่านหนังสือ “บนเส้นทางชีวิต” ของ อ.ประเวศ ตั้งแต่เป็น นศพ.ปี 1 กลับมาอ่านอีกครั้งตอนนี้ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจที่ดีเสมอ ทั้งในบทบาทหน้าที่แพทย์ ครู นักวิจัย และส่วนหนึ่งของสังคมที่ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อปัญหา เมื่อได้มีโอกาสพบเจอความหลากหลายของชาว คศน.แม้แรกๆจะมึนงงสงสัย ฟังยังไงก็ต้องไปแปล แต่ก็ได้แง่มุมใหม่ๆเสมอและทำให้ชีวิตมีความสุขจากการเข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น

แรงบันดาลใจสำคัญอีกอย่างคือผลจากความพยายาม ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จของลูกศิษย์ ความสุข รอยยิ้มของคนไข้และญาติ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีแรงทำงานต่อไป