ภาพอันพร่าเลือนของอนาคตผู้นำ (ไทย)

“…ในทัศนะของ Dee Hock เชื่อว่า ความรับผิดชอบประการแรกที่สำคัญยิ่งของคนเป็นผู้นำก็คือ ต้องสามารถในการบริหารจัดการตนเองให้ได้เสียก่อนในเรื่องที่เกี่ยวกับอุปนิสัย (Character) ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity) ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility) ความเป็นคนรอบรู้ (Knowledge)  การพูดจา (Words) และการกระทำ (Acts)

“ผู้นำต้องกล้าปฏิเสธต่อความคิดที่ว่า การบริหารจัดการ (Management) คือ การใช้อำนาจเหนือผู้อื่นที่อยู่ระดับล่างของตน แต่ภาวะผู้นำแบบเคออร์ดิก (Chaordic leadership) จะยึดเอาความสำคัญของภาวะผู้ตาม (Followership) เป็นหลัก ผู้นำจะอาสาเป็นผู้ทำให้เป้าหมาย (Purpose) เกิดความแจ่มชัดและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เป็นผู้คอยดูแลให้เป็นไปตามหลักการแห่งจริยธรรม (Ethical principles) ผู้นำแบบเคออร์ดิกยึดการมีสัมพันธ์ทุกทิศทางทั้งจากระดับล่างขึ้นบน (Upward) ระดับข้างเคียง (Sideward) และลงสู่ระดับล่าง (Downward) จะไม่ใช้วิธีควบคุมสั่งการ (Dictate) แต่จะทำหน้าที่ช่วยขจัดปัญหาอุปสรรคที่ขัดขวางต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Synergy) เพื่อให้งานบรรลุผลสำเร็จด้วยดี…”

(บางส่วนจากบทความ ศิลปความเป็นผู้นำแบบเคออร์ดิก ของ รศ.สุเทพ พงศ์ศรีรัตน์ แปลและเรียบเรียงจาก The Art of Chaordic Leadership ของ ดี ฮ็อค)

หากนิยามนี้ คือความหมายของผู้นำที่ควรเป็น ผู้นำที่เรามี ที่เราเป็น ผู้นำนั้นเป็นแบบไหน?

เพื่อจะตอบคำถาม หรืออย่างน้อยก็คลี่คลายความหมายให้ภาพของผู้นำนั้นชัดเจนที่สุด ภายในงาน ‘มิตรภาพบนเส้นทางอุดมการณ์’ ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (มคศน.) จึงได้เชิญ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ มาร่วมฉายภาพคุณลักษณะของผู้นำที่พึงประสงค์ในหัวข้อเสวนาที่ชื่อ ‘ภาพอนาคตของผู้นำต่อสังคมไทย’ และมี นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ มาร่วมแลกเปลี่ยน

___________________________________________________________________________________

นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์

______________________________________________________________________________________

เราต่างมีภาวะผู้นำ

นพ.สมศักดิ์ เกริ่นนำว่า เมื่อพูดถึงคำว่า ‘ผู้นำ’ และ ‘ภาวะผู้นำ’ อาจมีความหมายบางประการที่แตกต่าง แต่โดยส่วนมากแล้วเมื่อเรานึกถึงคำว่าผู้นำ ภาพในหัวเรามักจะเป็นผู้นำสูงสุด หรือผู้นำประเทศ มากกว่าความหมายเชิงอัตลักษณ์ของผู้นำ ซึ่งในทัศนะของ นพ.สมศักดิ์ มองว่าเป็นการนิยามที่ค่อนข้างแคบ โดยแนวคิดที่สำคัญของความเป็นผู้นำนั้น ควรหมายถึงสภาวะที่อยู่ในภายในตัวบุคคลอันหลากหลายของทุกๆ สังคม

กล่าวให้ชัดคือ ผู้นำไม่ควรจำกัดอยู่แค่ระดับประเทศ แต่ความเป็นผู้นำควรมีอยู่ในตัวคนทุกคน

“พูดอีกแบบก็คือ ทุกคนเป็นผู้นำได้ทั้งนั้น สำหรับผม ผมคิดว่าเราควรมาคุยในโจทย์ที่ว่าด้วยภาพอนาคตของภาวะผู้นำในผู้คนที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่ผู้นำสูงสุดควรเป็นอย่างไร เพราะโจทย์เดิมนั้นอาจฟังดูแคบ และค่อนข้างสิ้นหวัง”

ในขณะที่ ศ.นพ.วิจารณ์ มองต่างออกไปว่า แท้จริงแล้วการที่ทุกคนได้มารวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้ เพราะล้วนแต่มีความหวัง หาได้สิ้นหวัง และเชื่อว่าทุกคนสามารถพัฒนา Leadership Skills ของตัวเองได้

“และนี่คือหัวใจของการสร้างพลเมืองยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งผมขอนิยามความหมายของผู้นำว่า ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือ Change Agent สังคมที่ดีที่สุดในสายตาผมคือ ทุกคนเป็น Change Agent ได้ จะมากจะน้อย จะในบริบทไหนก็ตาม”

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

______________________________________________________________________________________

มากกว่าความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าการที่ทุกคนจะสามารถนำการเปลี่ยนแปลงได้ คือ การสร้าง Transformation Agent นั่นคือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหน คุณสามารถนำความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ ทั้งในแง่ของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงผู้คนรอบข้าง เพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่าเดิม แม้จะเป็นเพียงสังคมเล็กๆ ก็ตาม และ คศน. หรือเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำภายใต้การนำของ นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ก็พยายามทำเช่นนั้น

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่