ดร.สมนึก จงมีวศิน

สมนึก จงมีวศิน

คุณคือใคร ?

เป็นมนุษย์บนโลกที่เห็นว่า “การกระทำที่อันตรายที่สุด คือการไม่ทำอะไรเลย” แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องแบกโลกไว้คนเดียว ในเกือบทุก ๆวันที่มีโอกาส จะพยายามหาคนมาช่วยกันแบกโลกใบนี้ผ่านการสร้าง”ความเป็นจริง”ให้ปรากฏต่อสาธารณะด้วยเทคนิคต่าง ๆ ที่เก็บตกมาได้ระหว่างการเดินทางไกล

เส้นทางการทำงานจนเติบโตของท่านเป็นอย่างไร ?

เคยเป็นวิศวกรในภาคอุตสาหกรรม แต่เลิกเชื่อมั่นในวิชาชีพของตนเองหลังผ่านประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่ดีมาหลายต่อหลายครั้ง ทดลองมาเป็นวิศวกรในภาคสังคมโดยใช้ประสบการณ์จากการศึกษาและการทำงานที่ผ่านมา ทำอยู่หลายปี ทั้งงานร้อน งานอุ่น และ งานเย็น จนเริ่มเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนว่ามีอยู่จริงแม้ว่าจะอยู่ในขั้วตรงข้ามกันก็ตาม เชื่อว่าความขัดแย้งทุกอย่างมีทางออกถ้าไม่เอา”คน”เป็นศูนย์กลาง และก็เชื่อว่าโลกใบนี้ยังมีหนทางที่จะทำให้มนุษย์, สิ่งที่มนุษย์คิด-สร้างขึ้น, และธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ได้ทดลองทำเรื่องนี้ผ่านประเด็นต่างๆในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคตะวันออกของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้

งานแห่งชีวิตของท่านคืออะไร เป็นอย่างไร ?

อยากเห็นการพัฒนาประเทศและการพัฒนาสังคมให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เน้นเป้าหมายไปที่การสร้างการเติบโตโดยฟังเสียงคนส่วนใหญ่ในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ใช้การตัดสินใจที่มาจากส่วนกลาง สามารถสร้างงานสำหรับคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ได้จริง ๆ โดยพวกเขาไม่ต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ ต้องมีการกระจายผลประโยชน์ลงสู่ด้านล่างจนถึงคนเล็กคนน้อยในพื้นที่ มีการเจริญเติบโตที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของคนทุกกลุ่มในพื้นที่ มีการพัฒนาที่เคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรมของคนทุกกลุ่มในพื้นที่ และมีการใช้ฐานทรัพยากรโดยคำนึงถึงคนรุ่นต่อ ๆไปในพื้นที่ด้วย

ท่านทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบุคคลอื่นอย่างไร ?

ร่วมทำงานกับชุมชนบ้านอ่าวอุดม ที่มีกันอยู่หลายภาคส่วน ทั้งที่เป็นมิตรและเป็นปรปักษ์ต่อกันและกันมาก่อน อาทิเช่น ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ชุมชนใหม่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ จนสามารถที่จะพัฒนา ”ธรรมนูญชุมชนบ้านอ่าวอุดม” หรือ “ข้อตกลงชุมชนบ้านอ่าวอุดม” ขึ้นมาได้ในที่สุด โดยธรรมนูญฯฉบับนี้เน้นมิติการบริหารจัดการเรื่องทั้งหมดสิบเรื่องสำคัญๆได้แก่ : แผนการบริหารจัดการมรดกในชุมชน,แผนการอนุรักษ์, แผนการฟื้นฟู, แผนด้านการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน, แผนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่, แผนการจัดการมลพิษ , แผนการสร้างพื้นที่ภาคการเมืองภาคพลเมือง, แผนการรักษาอัตลักษณ์ของพื้นที่, แผนการสร้างความรู้อย่างต่อเนื่อง, และแผนการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของชุมชน

โดยที่ ธรรมนูญชุมชนบ้านอ่าวอุดม ได้ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ผ่านความร่วมมือของทุกฝ่าย มีเทศบาลนครแหลมฉบัง โดยนายกเทศมนตรีเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2556 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดการร่วมมือร่วมใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เกิดการหลอมรวมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับภาคชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมอย่างเป็นระบบ ใช้ทั้งความรู้แบบวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับความรู้แบบชุมชน ก่อกำเนิดเกิดเป็น ”สภาพลเมืองขนาดเล็ก” ในพื้นที่บ้านอ่าวอุดม มีการพบปะพูดคุยร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน โดยมีธรรมนูญชุมชนบ้านอ่าวอุดมเป็นกฎกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วนไปสู่การเปลี่ยนแปลงชุมชนในทางที่ดีขึ้น คือ การพัฒนาพื้นที่ให้เติบโตร่วมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ทุกๆคนที่บ้านอ่าวอุดมกำลังช่วยกันฟื้นฟูเมืองเล็ก ๆ ที่นี่ ให้กลับมามีชีวิตชีวา มีความมั่นคง มีสุขภาวะ และมีความยั่งยืนอีกครั้ง เหมือนเมื่ออดีตที่ผ่านมา

คนสร้างแรงบันดาลใจให้ท่านทุกวันนี้คือใคร ?

คนสร้างแรงบันดาลใจ คือ ญาน เกห์ล (Jan Gehl) สถาปนิก อดีตศาสตราจารย์ที่ Royal Danish Academy of Fine Arts และผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่สาธารณะระดับโลก เขาคือบุคคลที่เชื่อมั่นว่า “ถ้าเราช่วยกันปั้นเมืองให้ดี เมืองจะปั้นเราและลูกหลานเราให้ดีกว่าเดิม”

ประเด็นอื่น ๆ ที่สนใจร่วมด้วย ?

ประเด็นที่สนใจร่วมด้วย : การพัฒนา(เมือง)ที่ยั่งยืน , การกระจายอำนาจ (จังหวัดจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง สภาพลเมือง), สิทธิชุมชน, ความมั่นคงทางอาหาร (เกษตรอินทรีย์ อธิปไตยทางอาหาร), การ ปฏิรูปการศึกษา