สมองต้องการปะทะ – ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล

“การจะเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องเป็นการทำร่วมกัน จะเป็น collective leadership เพราะงั้นเลยเอาคำว่า collective กับ คำว่าเปลี่ยนแปลงมารวม เป็น collective change  คือต้องมาร่วมกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

หมอ เฮ้าส์ หรือ ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล  ทันตแพทย์ และ เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ(คศน.) เล่าให้ฟังถึงความเชื่อในแบบของ คศน. ที่เชื่อในความแตกต่างหลากหลายรวมไปถึงการปะทะสังสรรค์ ซึ่งเร็วๆนี้ โครงการอย่าง Young Leaders for Social Change กำลังจะเกิดขึ้น เราจึงถาม หมอ เฮ้าส์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดหลักสูตร รวมไปถึง แนวทางของผลผลิต หลังจากเรียนจบ

หมอเฮ้าส์เริ่มต้นที่จุดเริ่มต้น

“จุดเริ่มต้นของ young คศน คือ การที่เราอยากได้ผู้นำรุ่นใหม่ที่มองเห็นสังคมได้กว้าง มีประสบการณ์ มีทักษะหลายหลาก young คศน เกิดจากที่เรามีผู้นำอยู่แล้ว มีที่เรียกว่าปัญญาปฏิบัติ หมายความว่า เขาทำเรื่อนี้มาตลอดชีวิต เขามีสะสมความรู้เรื่องนี้ เขามีวิธีการ หลายอย่างที่จะไปขยับขับเคลื่อน ความเปลี่ยนแปลง เหมือนคล้ายๆกับว่า ถ่ายทอด หรือบอกต่อ เมื่อคนรุ่นใหม่ที่เขามาร่วมย่อย เลือก และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อ เราไม่ได้จะผลิตของหรือ สินค้า แต่เราอยากพัฒนาสมรรถนะของเขาให้มากขึ้น เปิดมุมมอง ไม่ใช่การไปปั้มเพื่อเป็นสินค้าออกมา การเห็นงานของเพื่อน งานของพี่ ความไม่ยุติธรรมของสังคมก็ดี หรือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ แล้วเขารู้สึกทำอะไรด้วยตัวเอง ”

เปิดเพื่อเปลี่ยน

เมื่อเราเปลี่ยนทุกอย่างจะเปลี่ยนตาม ไม่ว่าจะเป็นการพาตัวเองไปเข้าใจ หรือ อยู่ในกลุ่มคนที่เราไม่ชอบ หรือ กลุ่มคนที่เราอาจจะรู้สึกแปลก ซึ่งหมอเฮ้าส์เองก็บอกว่า ชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่อง แต่ว่าเราจำเป็นต้องออกไปหาโอกาสเหล่านี้เข้ามา แล้วความคิดเราก็จะไปเรื่อยๆ

“ถ้าไปดูประวัติศาสตร์หลายๆเรื่อง การเปลี่ยนแปลงมันเริ่มจากเรื่องเล็กๆเท่านั้น ถามว่าใหญ่ไปไหม หมอว่า ทำไปเรื่อยๆ
วิธีคิดผม คือ เรามีหน้าที่ทำ คือ คิด และทำ แต่ผลลัพธ์จะสำเร็จไหม มันมีปัจจัยอีกเยอะ ถ้าสำเร็จเราก็ยินดี ถ้าไม่สำเร็จมันจะเป็นบทเรียนให้เราทำต่อไปเรื่อยๆ คือ ทำเฉพาะตัวเหตุ  เพราะงั้นมันคือ ฝันใหญ่ ลงมือทำ ถ้าไม่สำเร็จเก็บมาเป็นบทเรียน ปรับเปลี่ยน วิธีการทำ ทำแบบนี้ไปเรื่อย แล้วมันจะไปได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ เราคิดว่า มันใหญ่เกิดแล้วเราทำไม่ได้ ไม่ทำเลย ก็ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย คิดแบบนี้ได้ไหม?” หมอเฮ้าส์ตั้งคำถามพร้อมรอยยิ้ม

“เราจำเป็นต้องออกไปหา อย่างคศน ก็ดี หรือ young คศนก็ดี เราเอาคนที่แตกต่างกันมา รวมกัน มันก็จะเป็นโลกเรามันก็จะมี input เข้า ซึ่งการรับ input อีกอย่างนึงที่เราต้องมี คือการเปิดใจ ถ้าเรามีจุดยืนในตัวเองมากๆเรามั่นคงมากๆ และเลือกที่จะไม่เปลี่ยนอะไรเลย input ก็ไม่เข้านะ มันจะไม่เข้าหาเรา ซึ่งเราต้องเปิดใจ และเปิดโอกาสให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ต่างๆ อันนี้เราเชื่อว่า พอเราเห็นโลกมากขึ้น เปิดตัวกับโลกต่างๆมากขึ้น เราก็จะรู้ว่า เรามีฝันของเราที่ต้องไปทำ”

หมอแนะนำให้เปลี่ยนแปลง


“ถ้าเรารอให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเอง ผมว่ามัน passive เกิน เราต้องอยู่ด้วยความหวังและฝัน เพื่อให้มันดีขึ้น ไม่งั้นเราก็จะรู้สึกโอเคพอละ ใครจะเป็นไปก็เป็นไป เราก็ทำไปเรื่อยๆ มันไม่สนุก มันไม่ท้าทาย”


ถ้าเช่นนั้นความสนุกของการเปลี่ยนแปลงคืออะไร


“พอถามเรื่องความสนุกนี่ .. จริงๆ สังคมเรามันก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มันก้มีสิ่งที่เราไม่ได้สนุกกับมัน เศร้ากับมัน รู้สึกแย่กับมัน ว่าไม่น่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่บางทีเราก็มองเห็นสิ่งที่งอกงามขึ้น แต่คำถามคือ เมื่อเราเห็น มันเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราควรจะทำอะไร แล้วเราทำอะไรได้บ้าง  เราจะนั่งดูมันเฉยๆเลย จริงๆ เราว่ามันเป็นคำถามที่ทุกคนต้องคิดนะ เราเห็นว่ามันแย่ การเมืองแย่ สิ่งแวดล้อม แย่ไปหมดแล้วเราจะนั่งอยู่เฉยๆ และ บ่นมันไปเรื่อยๆ หรือ เราจะข้าไปเป็นส่วนหนึ่งที่ไปแก้  ถ้าเราคิดแบบนี้ อาจจะเรียกว่าความสนุกก็ได้ เพราะมันมีโอกาสที่จะเปลี่ยน อาจจะช้า อาจจะเร็ว ขึ้นกับปัจจัยเงื่อนไขของความพร้อม และถ้าเรามีเพื่อนด้วยนะ มีเครื่องมือด้วย
มันก็น่าจะดีขึ้นน่ะ”

Young คศน กับการเปลี่ยนแปลง

“ส่วนตัวเราไม่อยากใช้คำว่าถ่ายทอด” หมอเฮ้าส์ พูดย้ำเหมือนตอนต้นของการพูดคุยอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้น ทฤษฎีกับปฏิบัติ จะต่างกันอย่างไร

“คือมันแตกต่างนะ ทฤษฎีมันก็จะบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นการเจอกับคนที่ผ่านประสบการณ์  ผู้นำรุ่นใหม่ก็จะเห็นคนเป็นๆ ที่ทำได้คุยได้ซักถาม เชื่อไม่เชื่อนี่อีกเรื่องนึงนะ  บางทีมันอาจจะถูกมองว่าวิธีนั้นมันไม่น่าเวิร์คหรอก แต่ถ้าเขาเปิดใจ ว่ามันมีสิ่งเหล่านี้อยู่ แล้วมีคนเคยทำแบบนี้ แล้วสำเร็จ หรือ ล้มเหลว เขาก็จะได้เรียนรู้จากที่ผู้นำ ที่เคยทำไม่ต้องไปเริ่มใหม่ ซึ่งบางทีเขาอาจจะสามารถบวกสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นวิธีการใหม่ก็ได้ ”