สื่อ ‘สาน’ มวลชน : ประสาน อิงคนันท์

พี่ประสาน อิงคนันท์ คนทำงานสารคดี อย่าง ฅนค้นคน กบนอกกะลา จนสู่การสร้างบ้านของตัวเอง และผลิตรายการอย่าง สะเทือนไทย จนถึงสนามใหม่อย่าง Online ที่มีเพจที่ชื่อ ‘มนุษย์ต่างวัย’ เราชวนพี่ประสาน กลับไปสู่ค่ายครั้งนั้น 

ได้เพื่อน

หนึ่งเราได้รู้จักเพื่อน ซึ่งเราว่ามันสำคัญมาก คือคนเราทำงานมาเป็นสิบปีมันเหมือนเรารู้จักคนเพิ่มนะ แต่มันไม่รู้จักเพื่อนเพิ่ม เราทำสื่อก็พบเจจอคนใหม่ๆ จากหลายวงการนะ แต่เรารู้จักแล้วมันก็ผ่านไป   แต่อย่างคศน. เราไม่ได้ไปอบรมอย่างเดียว แต่ ได้สร้างเครื่อข่าย สร้างความสัมพันธ์และที่สำคัญคือมันได้รู้จักเพื่อนที่มันต่างวงการออกไปจริงๆ 

 

ได้แรงบันดาลใจ

เพื่อนๆ เราใน คศน.เป็นแรงบันดาลใจให้เราเหมือนกันบางคนเป็นนักวิชการที่ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง เขาเรียนจนกระทั่งปริญญาโท ปริญญาเอก แต่เขากลับอยากเอาวิชาความรู้ลงมาทำงานกับชุมชน อยากแก้ไขระบบ อยากเคลื่อนนโยบาย บางคนเป็นเอ็นจีโอ ที่เราเห็นเขาทำงานแล้ว เรานับถือเขามาก เพราะมันต้องใช้ทั้งพลังและความเสียสละมากในงานที่เขาทำ เมื่อได้เพื่อนเพิ่ม เติมแรงบันดาลใจ ต่อมาพี่ประสานก็เริ่มขยายแรงบันดาลใจจากเพื่อนๆด้วยรูปแบบรายการโทรทัศน์หรือโอกาสที่มีอยู่ในมือ 

ผู้สนับสนุน

พอเรามาดู คนในคศน. แต่ละคนเขามีประเด็นในการเคลื่อนงานของเขาอยู่ งานของแต่ละคนก็เหมือนเป็นจิ๊กซอว์แต่ละชิ้น พอเอามาต่อกันก็ได้ภาพที่ชัดเจน หน้าที่เราอาจจะไม่ใช่การทำประเด็นใดประเด็นหนึ่งหรอก แต่หน้าที่เราคือสนับสนุนสิ่งที่เขาทำในแต่ละประเด็น เราปวารณาตัวเองเป็นผู้สนับสนุนสิ่งที่เขาทำ

รูปแบบการสนับสนุน

คำว่าการสนับสนุนมันมีหลายแบบมากนะ คือ ตั้งแต่การโทรคุยให้คำปรึกษา เรื่องการสื่อสาร หรือการช่วยดำเนินรายการบางโอกาสช่วยเหลือเล็กๆน้อย หรือเรื่องไหนมันเชื่อมโยงกับงาน ที่เราทำอยู่ตอนนี้ เราก็ลองดูว่ามันเชื่อมโยงได้ไหม เชื่อมกันอย่างไร

ส่วนที่สองพี่ว่ามันช่วยเบิกร่อง บางทีเพื่อนๆ ในคศน. มีเรื่องที่น่าสนใจเพียงแต่ยังไม่ได้ถูกหยิบจับมาเป็นประเด็น เราเริ่มต้นไปทำ ไปหยิบจับ มันก็จะถูกทำให้เห็นในวงกว้างมากขึ้น เมื่อสื่อแขนงอื่นเห็นหรือสนใจเขาก็มาช่วยขยายประเด็นต่อ

สื่อฉายภาพ

ให้พูดแบบกำปั้นทุบดิน คือทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองแหละ หน้าที่สื่อคือการฉายภาพคนเหล่านี้ให้ปรากฏ ทำหน้าที่เบิกร่อง พาประเด็นที่เขาทำให้ออกมาสู่สาธารณะ เพื่อทำให้สังคมสนับสนุนงานที่เขากำลังทำ ซึ่งต่อจากนี้ก็อาจจะมีคนที่ทำงานด้านยุทธศาสตร์สนใน และนำงานเหล่านั้นไปสานต่อเป็นนโยบาย 

แน่นอนไม่มีอะไรจะประสบความสำเร็จได้ 100% เพราะบางครั้ง สิ่งที่สื่อสารออกมาก็ไม่สำเร็จผลตามความตั้งใจ 

จุดไม่ติด

อย่างเรื่องพลาสติกจริงๆ เราก็ทำงานเรื่องนี้มาสามสี่ปีนะ แต่ช่วงนั้นมันก็ยังไม่ค่อยเป็นกระแส ก็อาจจะจุดไม่ติด แต่ในอีกมุมหนึ่ง บางประเด็นที่เราไม่คิดว่ามันจะจุดติดมันกลับกลายเป็นกระแส ถามว่าการวางความคาดหวังในการทำงาน ควรคาดหวังไหม ควร แต่ก็ต้องมาพร้อมกับการวางแผนด้วยเหมือนกันนะ 

 

สุดท้ายแล้วการทำสื่อ หรือการเป็นสื่อมันทำงานกับการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างไร จากแนวความคิด 

ในฐานะของคนทำสื่อ หน้าที่อย่างหนึ่งที่เราควรทำก็คือการมีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้เกิดขึ้นบ้าง ไม่มากก็น้อย เราต้องมีส่วนร่วมคิดว่า เราอยากให้สังคมของเราเป็นอย่างไร ถ้าอยากให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมลดลง เราก็ต้อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่เขาไม่มีพื้นที่ ให้สังคมยังเห็นว่า ยังมีคนทุกข์ยาก และได้รับความไม่เป็นธรรมอยู่อีกไม่น้อย ถ้าอยากทำให้สังคมลดความขัดแย้ง เราก็ต้องไม่ไปเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องทำหน้าที่ให้สติปัญญากับสังคม ให้คนในสังคมมองเห็นความเป็นจริงให้ได้ เพื่อที่จะยอมรับและร่วมกันแก้ไขปัญหา