สุมิตรชัย หัตถสาร

                                                สุมิตรชัย   หัตถสาร

คุณคือใคร ?

ผมนิยามตัวเองว่าเป็น “นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน” เรียนจบกฎหมาย ประกอบอาชีพทนายความ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายขึ้น ชื่อว่า “ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น” ที่ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายภาคประชาสังคมหลายองค์กร โดยทำหน้าที่เสมือนเป็นฝ่ายกฎหมายของภาคประชาชน และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในด้านต่างๆ เช่น การช่วยเหลือด้านคดีความ การให้คำปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย การเสริมสร้างศักยภาพด้านกฎหมายให้กับประชาชนและองค์กรภาคีต่างๆ โดยมีพื้นที่การทำงานหลักอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ประเด็นที่ทำงานเน้นการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน ที่เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง “คนกับป่า” ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างนายทุนกับชาวบ้าน ปัญหาผลกระทบจากโครงการของรัฐที่ละเมิดสิทธิชุมชน

เส้นทางการทำงานจนเติบโต ?

เริ่มต้นเมื่อปี 2545 จากการเข้าไปทนายความช่วยเหลือคดีข้อพิพาทด้านที่ดินระหว่างนายทุนกับชาวบ้านที่จังหวัดลำพูน จำนวน 44 คดี มีชาวบ้านถูกจับจำนวน 125 คน โดยได้รับการแต่งตั้งจากสภาทนายความให้เป็นคณะทำงานช่วยเหลือคดี โดยทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายภาคประชาชน และนักวิชาการ

จากนั้นเมื่อปี 2547 ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายขึ้น ชื่อว่า “ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น” ปฏิบัติการในลักษณะเดียวกับองค์กรพัฒนาเอกชน แต่เน้นการทำงานด้านกฎหมายเป็นหลักและเน้นการช่วยเหลือประชาชนรากหญ้า เกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายภาคประชาสังคม และเครือข่ายภาคประชาชน ประเด็นที่ทำงานส่วนใหญ่เป็นเรื่องปัญหาความไม่เป็นธรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะที่ดินและป่าไม้

ต่อมาเมื่อปี 2551 ได้ร่วมกับนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนหลายคนและมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ก่อตั้ง “เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน” ขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรในการสร้างนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนรุ่นใหม่ขึ้นมา ต่อมาได้จดทะเบียนเป็น “สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน” ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ ปัจจุบันได้รับการเลือกให้เป็น “นายกสมาคม”

งานแห่งชีวิต คืออะไร?

งานแห่งชีวิตของข้าพเจ้า คือ การสร้างหลักประกันความยุติธรรมให้กับประชาชน ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม และถ้าถามว่าอะไรคือ “หลักประกันความยุติธรรม” ก็คงคล้ายๆ กับ “หลักประกันสุขภาพ” ของ นพ.สงวน ที่สร้างระบบหลักประกันสุขภาพขึ้นมา (ไม่ว่าจะเรียกว่า บัตรทองหรือ30 บาทรักษาทุกโรค) ปัจจุบันประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงความยุติธรรม มีระบบยุติธรรมที่ไม่มีประสิทธิภาพ หลายมาตรฐาน มีต้นทุนสูง

แม้ว่าจะเป็นฝันที่อยู่ไกล และไม่ง่ายที่จะไปถึง แต่ก็จะเดินหน้าทำไปเรื่อยๆ ทำไม่หยุด ทำจากสิ่งเล็กๆ พื้นที่เล็กๆ จากองค์กรเล็กๆ ค่อยๆ ขยายความคิด ขยายเครือข่าย ขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ สักวันเมื่อสภาพสังคมพร้อม หรือบริบทของสังคมมันเอื้อ ความฝันก็อาจกลายเป็นความจริงได้

บทเรียนการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบุคคลอื่นอย่างไร ?

ตั้งแต่เริ่มต้นงานแห่งชีวิตที่เล่ามา มันเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนการดำเนินชีวิตไปไม่น้อย ถามว่าอะไรคือบทเรียนการทำงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงบ้าง คงตอบได้ไม่ง่ายนัก เพราะความคาดหวังหรือความฝันถึงการเปลี่ยนแปลงมันใหญ่มาก จนไม่อาจระบุได้ว่าบทเรียนไหนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพราะดูเหมือนยังอยู่ระหว่างเส้นทางที่กำลังมุ่งไป แต่ถ้าจะนับเอาหลักหมายสั้นๆ ที่พอจะสรุปเป็นบทเรียนการทำงานได้ก็การร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เรื่องนโยบายโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน ร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ซะทีเดียว แต่อย่างน้อยคำว่า “โฉนดชุมชน” คำว่า “ธนาคารที่ดิน” ก็ถูกนำไปกำหนดไว้ในนโยบายของรัฐบาลถึงสองรัฐบาล (รัฐบาลสมัยอภิสิทธิ์และสมัยยิ่งลักษณ์) และยังคงถูกนำไปพิจารณากันในสภาปฏิรูปประเทศและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในขณะนี้ ซึ่งนโยบายโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน นำมาสู่การผลักดันให้เป็นกฎหมายในช่วยเวลาต่อมา (แม้จะไม่สำเร็จด้วยเงื่อนความขัดแย้งทางการเมือง) แต่ก็กล่าวได้ว่ามันหมุดหมายที่สำคัญของการมุ่งไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ที่จะทำให้คนเล็กคนน้อย เกษตรกรรายย่อย และคนจนไร้ที่ดินมีโอกาสได้รับความยุติธรรมในการเข้าถึงที่ดินที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตมากขึ้น

คนสร้างแรงบันดาลใจให้ท่านทุกวันนี้คือใคร?

ถ้าจะกล่าวว่าใครสร้างแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าในงานแห่งชีวิต ก็คงเป็นท่าน “มหาตมะคานธี” ประวัติชีวิตของท่านสร้างแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าไม่น้อย เวลาที่หมดกำลัง หมดเรี่ยวแรง ข้าพเจ้ามักจะกลับไปดูภาพยนตร์เรื่อง “คานธี” กลับไปอ่านหนังสือ อ่านบทความ และใคร่ครวญถึงหลักการต่างๆ ที่ท่านได้ถ่ายทอดไว้

ประเด็นอื่น ๆ ที่สนใจร่วม

  1. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  2. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
  3. สิทธิชุมชน
  4. การกระจายอำนาจ
  5. ประชาธิปไตย