หนังสือ “เรื่องเล่าเร้าพลัง”

 

เรื่องเล่ากับเรื่องราวการเรียนรู้

ต้นไม้ต้นหนึ่ง เราอาจไม่ต้องสังเกตอะไรมากนักก็พอจะรู้จากลำต้นที่ใหญ่โตขึ้นหรือกิ่งใบที่แผ่ขยายมากขึ้น ว่าต้นไม้นั้นได้เติบโตงอกงามขึ้น

มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยที่เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่นั้นสังเกตได้ไม่ยากจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

แต่นอกเหนือจากการเติบโตทางกายภาพแล้ว มนุษย์ยังมีศักยภาพที่จะเจริญงอกงามและเติบโตได้ทั้งในมิติทางจิตใจ ทางสังคม หรือแม้แต่ทางจิตตปัญญาหรือทางจิตวิญญาณ ซึ่งการเติบโตในเชิงคุณภาพเหล่านี้มักจะสังเกตเห็นได้ยากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

แต่การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ยากนี้กลับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเติบโตเต็มศักยภาพของความเป็นมนุษย์

บนเส้นทางของการเติบโตไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นบางครั้งเกิดจากการได้รับแรงบันดาลใจจากภายนอก บางครั้งก็เกิดจากการได้ไตร่ตรองครุ่นคิดอยู่กับตนเอง บางครั้งเกิดขึ้นจากความต้องการของตนเองที่จะเปลี่ยนแปลง และก็มีอยู่ไม่น้อยที่การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งนั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพเหล่านี้ยากต่อการสังเกตหรือตรวจวัด โดยเฉพาะการตรวจตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่ได้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรในสังคมปัจจุบันไปแล้ว แต่เราก็สามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของผู้คนรอบตัวเราได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หลานๆ ที่เราเลี้ยงดู เพื่อนๆ ที่เราทำงานด้วยกันมา ลูกศิษย์ลูกหาที่เราได้พร่ำสอน โดยไม่ต้องอาศัยตัวชี้วัดใดๆ

ที่เรารับรู้ได้ถึงความเติบโตและการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพเช่นนี้ก็เพราะเราเป็นมนุษย์ที่มีผัสสะแห่งการรับรู้อันละเมียดละไม สามารถเข้าใจในสิ่งอันละเอียดอ่อนได้มากกว่าเครื่องจักรที่อาศัยเพียงแค่การชั่ง ตวง หรือวัดในเชิงปริมาณล้วนๆ

วิธีการที่มนุษย์เรารับรู้การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ การรับฟังเรื่องเล่า

การเล่าเรื่องหรือการเขียนเรื่องเล่านั้นไม่ได้ทำหน้าที่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกระจกเงาสะท้อนสิ่งของ เพราะเรื่องเล่านั้นถูกนำเสนอผ่านการรับรู้ ผ่านมุมมอง ผ่านการตีความปรากฏการณ์ที่ผู้เล่าพบเห็น เรื่องเล่าจึงสะท้อนโลกภายในของคนเล่าพอๆ กับที่มันสะท้อนเรื่องราวภายนอกที่ผู้เล่ากำลังบอกกล่าว

บันทึกแห่งชีวิตและการเรียนรู้เล่มนี้ รวบรวมเรื่องเล่าที่ผู้นำในเครือข่ายร่วมพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะแนวใหม่ (คศน.) ได้เขียนขึ้น เป็นเรื่องราวที่สะท้อนประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในสองแง่ด้วยกัน

แง่หนึ่ง ในกระบวนการพัฒนาศักยภาพของผู้นำที่เข้าร่วมกระบวนการนั้น มีกิจกรรมการพัฒนาทักษะเรื่องเล่า (Narrative skills หรือ Storytelling) ซึ่งถูกเน้นว่าเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงเพื่อการทำงานทางสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นทักษะที่จำเป็นที่จะนำพาชีวิตไปสู่สุนทรียภาพและมนุษยภาพที่สมบูรณ์ด้วย

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผู้นำที่เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้จึงถูกนำมาไตร่ตรอง ตีความ และเรียบเรียงเป็นเรื่องราวที่ขัดเกลาจิตใจของผู้เขียนเองให้ประณีตละเอียดอ่อนมากขึ้น

ในอีกแง่หนึ่ง กระบวนการพัฒนาศักยภาพผู้นำที่เกิดขึ้นนั้น มีกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายที่ผู้นำได้เข้าร่วม ผู้เข้าร่วมส่วนหนึ่งได้เขียนจดหมายถึงเพื่อน ถึงครูอาจารย์ หรือถึงผู้ร่วมงานเพื่อบอกเล่าถึงเรื่องราวประสบการณ์การเรียนรู้ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

จดหมายเหล่านี้ถ่ายทอดทั้งกิจกรรมภายนอกและความรู้สึกภายในที่เกิดขึ้นของผู้เข้าร่วมกระบวนการพัฒนาผู้นำได้เป็นอย่างดี

เรื่องเล่าและจดหมายบอกกล่าวเรื่องราวการเรียนรู้ทั้ง 29 เรื่อง ถูกรวบรวมและเรียงลำดับการนำเสนอสลับกันไป เพื่อให้ผู้อ่านได้ทั้งอรรถรสและบทเรียนที่หลากหลาย เป็นเรื่องราวที่สะท้อนการเติบโตของผู้คนจำนวนหนึ่ง ที่กำลังทุ่มเททำงานเพื่อสังคมที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า และเพราะตะหนักดีถึงความไม่สมบูรณ์พร้อมของตนเอง จึงกำลังขวนขวายอยู่บนเส้นทางของการพัฒนาตนเองไปพร้อมกันด้วย

 

download อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่