ทั้งเธอและฉันจะปลอดภัย (เครื่องมือฝึกใจให้แข็งแรงสู้ COVID ตอนที่2)

ผู้เขียน : ปัณฑารีย์ ทันตสุวรรณ

ภาพประกอบ : ศุภกานต์ จุลละจินดา

ชื่อ : ทั้งเธอและฉันจะปลอดภัย

ในช่วงกักตัวป้องกันการแพร่ระบาดและติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฉันเห็นภาพถ่ายและวิดีโอจำนวนมาก ที่นำเสนอการความห่วงใย ความโหยหา ระหว่างการต้องรักษาระยะห่างทางกายภาพกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและติดเชื้อไวรัส สื่อบางชิ้นนำเสนอวิดีโอที่หลานสาวเพิ่งหมั้นกับคนรัก แต่ไม่สามารถบอกกับคุณตาได้ใกล้ ๆ พวกเขาต้องสื่อสารกันผ่านหน้าต่างบ้านที่ปิดอยู่ สื่ออีกชิ้นนำเสนอความทุกข์ใจที่คนในครอบครัวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ผู้เป็นลูกกลับไม่สามารถดูแลบุพการีได้อย่างใกล้ชิด เพราะต้องป้องกันตัวจากเชื้อไวรัส

ขณะที่อีกหลาย ๆ ครอบครัวที่ฉันรู้จัก พี่น้องลูกหลานที่ห่างจากบ้านไปไกล ได้กลับมาอยู่บ้านกันพร้อมหน้า เช่น ครอบครัวเพื่อนของฉัน เขาเล่าให้ฟังว่า “ตอนแรกนะจะไปอยู่หอกับเพื่อน แต่ดูเหมือนเขากลัวว่า ทั้งเขาและเราจะไม่ปลอดภัยต่อกัน ฉันเลยกลับมาอยู่บ้าน และสิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำคือ อยากกอดแม่แน่น ๆ อยากกอดทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน และถึงแม้ว่า ใครในบ้านจะติดน่ะ ฉันก็ไม่กลัวที่จะใกล้ชิดเขานะ ให้ตายดีกว่าไม่ได้อยู่ใกล้กัน”

เมื่อได้ฟังดังนั้น ฉันรับรู้ได้ถึงสายใยความสัมพันธ์ที่ครอบครัวของเพื่อนมีต่อกัน และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาความสัมพันธ์ และให้กำลังใจกันในช่วงวิกฤตินี้ เพราะไม่ใช่ความสงบสุขจะเกิดขึ้นกับทุกครอบครัว มีผู้คนอีกจำนวนมากที่ต้องปรับตัวเพื่อเผชิญกับความท้าทาย เมื่อการกักตัวไม่ได้ออกไปไหน ทำให้คนเริ่มสะสมความอึดอัด ความครียด ส่งผลให้บางครอบครัวมีปัญหาใช้ความรุนแรงกับเด็กและผู้หญิง เช่น ในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน (อ้างอิง https://balkaninsight.com/2020/04/21/covid-19-and-domestic-abuse-when-home-is-not-the-safest-place/) https://www.nytimes.com/2020/04/06/world/coronavirus-domestic-violence.html และยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องก้าวผ่านด่านของชีวิตที่ต้องหางานใหม่ ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ซึ่งความรู้สึกและอารมณ์เหล่านี้ส่งผลต่อตนเองและคนใกล้ชิด

สำหรับฉัน การรับฟัง ดูเหมือนจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในช่วงเวลานี้ วิธีการคือ ฟังว่า ตอนนี้คนที่เรากำลังสื่อสารด้วย เขากำลังรู้สึกอย่างไร มีความกังวล ความเศร้า ความสุขเป็นอย่างไร ปล่อยให้ผู้พูดได้ระบายสิ่งที่อยู่ด้านใน โดยไม่ต้องพยายามชี้แนะ ตีความ ตัดสิน หรือนำความคิดของตนเองเข้าไปช่วยแก้ไขใดใด จากนั้นผู้ฟังอาจตั้งคำถามต่อจากสิ่งที่เขาเล่าเพื่อหาว่า ลึก ๆ แล้วการแสดงออกและเรื่องราวของเขามีความคาดหวัง ความต้องการต่อสิ่งใด ซึ่งความต้องการ อาจไม่ใช่สิ่งของหรือความสำเร็จ แต่เป็นสิ่งนามธรรม จับต้องไม่ได้ อาทิ การยอมรับ ความรัก การเห็นอกเห็นใจ ความปลอดภัย ความสบายใจ เป็นต้น

หลายครั้งการได้เล่าสิ่งใดออกมา ผู้พูดต้องการคนรับฟังที่อยู่เคียงข้าง คนฟังทำหน้าที่เป็นเพียงกระจกที่สะท้อนสิ่งที่เขาพูด เช่น การทวนคำตอบของเขา (เพื่อให้เขาได้ฟังสิ่งที่เขาตอบ และเพื่อเป็นการทำความเข้าใจว่า ผู้ฟังได้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดได้อธิบายออกมา) โดยใช้การฟังเป็นเครื่องมือดูแลประคับประคองคนที่เรากำลังเป็นห่วงเป็นใย และหากคนพูดกำลังหาทางออกต่อเรื่องบางอย่าง ลองชวนให้เขาเรียบเรียงลำดับความคิด หรือภาพรวมทั้งหมดที่เขามองเห็นว่า ต่อจากนี้จะทำอะไรต่อได้บ้างกับสถานการณ์ตอนนี้ โดยระหว่างฟังลองสังเกตสีหน้า และเปิดใจกว้าง อยู่กับปัจจุบันเพื่อรับฟังเขา ณ ขณะนั้น เพื่อให้การสื่อสารช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เมื่อคนพูดได้ระบาย และคนฟังได้ฝึกการฟัง ได้ฝึกอยู่กับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือให้คนได้คายสิ่งต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในใจ อีกทั้งการพูดคุยรับฟังกัน ยังทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นอีกด้วย โดยเครื่องมือของการฟังนี้ ฉันได้นำศาสตร์ของการสื่อสารอย่างสันติ (Nonviolent Communication) ผนวกเข้ากับการค้นหาคำตอบ (Coaching) โดยผู้ฟังทำหน้าที่เรียบเรียง กระตุ้นให้ผู้พูดเกิดกระบวนการใคร่ครวญ ค้นหาภายในตัวเอง (Self-discovery) ด้วยความเชื่อว่า เขาจะสามารถหาคำตอบให้กับสิ่งที่เขากำลังอยู่ในสถานการณ์นั้นได้ด้วยตนเอง

ฉันหวังว่า การรับฟังนี้ จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ แม้ในความมืดมิดที่สุดของชีวิต ก็ขอให้ มีความหวังว่า เมื่อแสงแดดยามเช้ามาถึง ทั้งคนที่เรารักและตัวเราจะปลอดภัยไปด้วยกัน สุดท้ายฉันนึกถึงคำพูดของเซลีน (Céline) ระหว่างที่คุยกับเจสซี่ (Jesse) จากหนังเรื่อง Before Sunrise ปีค.ศ. 1995 ว่า

“ฉันเคยทำงานกับชายแก่คนนึง เขาบอกฉันว่าเขาใช้เวลาทั้งชีวิตคิดถึงแต่เรื่องงาน จนกระทั่งเมื่อเขาอายุ 52 เขา ตระหนักได้ว่า ไม่เคยให้อะไรตัวเองเลย ไมไ่ด้มีชีวิตเพื่อใครหรือสิ่งใด เขาเกือบร้องไห้ด้วยนะตอนที่พูดมันออกมา… รู้ไหม ฉันเชื่อว่า ถ้าพระเจ้ามีจริง ท่านคงไม่อยู่กับเรา ไม่ว่าคุณหรือฉัน แต่อยู่ช่องว่างระหว่างตรงกลาง หากโลกใบนี้มีเวทมนต์ มันคงเป็นความ พยายามที่จะเข้าใจคนอื่น ซึ่งฉันก็รู้ว่าเป็นไปไมไ่ด้หรอก แต่ใครจะสนล่ะ จริงไหม เพราะคำตอบคือคุณได้ลองพยายามแล้ว”

อ้างอิง

https://balkaninsight.com/2020/04/21/covid-19-and-domestic-abuse-when-home-is-not-the-safest-place/ https://www.nytimes.com/2020/04/06/world/coronavirus-domestic-violence.html

แปลและเรยีบเรยีง ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์. (2554). สื่อสารอย่างสันติ : คู่มือสื่อสารเพื่อสานสัมพันธ์และแก้ไขความขัดแย้งอย่าง สร้างสรรค์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย.
Anne Walker McBay (Producer), & Richard Linklater (Director). (1995). Before Sunrise [Castle Rock Entertainment]. United States of America: Columbia Pictures.