ไฟฝัน

กิจกรรมการทบทวนเส้นทางเดินชีวิตของตนเองอย่างจริงจัง ตั้งคำถามถึงความคิดความฝันอุดมคติที่มีอยู่หรือเคยมีอยู่แต่เลือนๆไปเพราะการงานและชีวิตที่วุ่นวายมากมายด้วยภารกิจทั้งราษฎร์หลวง แล้วตรวจสอบตนเองดูว่าเรายังคิดเช่นนั้นอยู่ไหม เรามีความฝันกับอนาคตของทั้งตนเองและประเทศชาติอย่างไร หลังจากทบทวนตนเองว่า Who I need to be and what I want to do ก็ลงลึกลงไปในการตรวจสอบสัมภาระที่เราแบกมาเต็มหลังว่ามีสิ่งใดที่เราควรรื้อเลาะออกไปหรือมีสิ่งใดที่เราควรแสวงหาใส่เข้ามาเพิ่มเติม กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้การตรวจสอบความคิดของตนเองผ่านการคิด การเขียน การแลกเปลี่ยนในหมู่มิตร ซึ่งเป็นเสมือนการฟื้นฟูความฝัน ต่อเติมอุดมคติ และตรวจสอบตัวตนของเราเอง

มีสิ่งหนึ่งที่ผมยังจดจำถึงทุกวันนี้ สิ่งที่คุณหมอโกมาตรตั้งคำถามกับเราทุกคนว่า “เมื่อถึงเวลาที่จะจากโลกนี้ จะให้โลกจดจำเราว่าอย่างไร เราจะทิ้งอะไรเป็นผลงานให้คนรุ่นต่อๆไป” เวลานั้นหมุนเร็ว เดินหน้าทุกวันไม่มีหยุด ชีวิตของเราทุกคนก็ทำงานไม่ได้หยุด แต่เกือบทั้งหมดของงานที่ทำนั้น ยังไม่ใช่งานแห่งอุดมคติที่เราฝัน ยังไม่ใช่สิ่งที่เราแสวงหา ยังไม่ตอบโจทย์ภายในและตัวตนของเราเอง แต่แน่นอนว่าสมดุลของงานตามความฝัน งานเพื่อมีรายได้ยังชีพและครอบครัวที่อบอุ่น เป็นสมดุลที่แต่ละคนต้องจัดการเอาเอง

สำหรับผมนั้น นานมากแล้วที่ชีวิตทำงานไปเรื่อย ยุ่งมากแทบทุกวัน เดินทางไม่หยุดหย่อน แต่นับตั้งแต่เรียนจบไปทำงานไกลจากเพื่อนฝูงกัลยาณมิตร โอกาสที่ได้พูดคุยเพื่อกะเทาะสนิม หันกลับมาทบทวนชีวิต คิดกับคุณค่าคิดถึงอุดมคติ ร่วมร้องเพลงเพื่อชีวิต ได้ฟังเรื่องราวความฝันของเพื่อนร่วมทางสายแสวงหา ได้แลกได้ขุดปลุกตะกอนอุดมคติที่นอนก้นมาหลายปี เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของกระบวนการสร้างผู้นำของ คศน. ที่ไม่ใช่เพียงการอบด้วยความรู้ รมด้วยเทคนิคจนสุกจนหอม แต่อุดมคติและตัวตนกลับไม่ได้งอกงามขึ้นมาเลย เผลอๆจะไหม้เกรียมเฉาๆไปจากการอบรมก็บ่อยครั้ง

แต่สำหรับ คศน.แล้วนี่คือกระบวนการสร้างผู้นำที่เริ่มบทที่หนึ่งด้วยการปลุกความฝันที่นอนก้นฟื้นฟูอุดมคติที่หลงเหลือ และชี้ชวนสู่การไตร่ตรองและแสวงหา เพื่อการทำงานใหญ่ เพื่อสังคมด้วยสองมือเราและเครือข่ายที่หนุนเสริมกันและกัน

 

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้เขียน