ธีระ วัชรปราณี

                                                                                  ผมชื่อ ธีระ วัชรปราณี  เมีย 1 ลูก 1 ครับ

คุณคือใคร?

ผมเป็นคนบ้านนอกเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นครู ในจังหวัดน่านอันแสนห่างไกล ถูกกำหนดให้เป็นแดนสีชมพู ถูกทำให้เกลียดและกลัวคอมมิวนิสต์ ทั้งยังอยู่ต่างอำเภอ ชีวิตสมัยเรียนประถมเวลาปิดเทอมต้องไปอยู่กับยาย ช่วยเพื่อนบ้านเลี้ยงควาย ยิงนก ตกปลา แต่ด้วยการเรียนพอใช้ได้ และพอมีเพื่อนดีบ้าง จึงทำตามเพื่อนมาเรียนในโรงเรียนชายในเมือง จนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ ขณะเรียนมัธยมก็เป็นนักกิจกรรมและเล่นกีฬา พอมาเรียนมหาวิทยาลัยก็ทำกิจกรรมและเล่นกีฬา จนจบปี 2536 มาทำงานได้ 3 ปี ตัดสินใจว่าสายอาชีพบัญชีที่เรียนมาคงไม่เหมาะกับเราแน่ ได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองเป็นปี จนตัดสินใจสะสมเงินแล้วลาออกมาเรียนปริญญาโทด้านสิ่งแวดล้อม ม.มหิดล การเปลี่ยนชีวิตครั้งนั้น ทำให้สายเลือดนักกิจกรรมลุกโชนอีกครั้ง คราวนี้เห็นว่าทางสายนี้แหล่ะที่เราจะใช้ชีวิตที่เหลือ แม้งานด้านบัญชีจะทำเงินง่าย แต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่ามีเวลาที่ใช้ไปมีคุณค่า จนสุดท้ายมาลงตัวอยู่ที่การทำงานรณรงค์และพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาจากแอลกอฮอล์ ที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

เส้นทางการทำงานจนเติบโตเป็นอย่างไร?

ชีวิตการทำงานเริ่มจากการฝึกงานในองค์กรรัฐวิสาหกิจ ทำให้เห็นว่า บ่ายวันศุกร์เขาไม่ทำงานกันแล้ว ต่อมาทำงานจริงในบริษัทสยามอัลลอยวิลอุตสาหกรรม  เป็นนักบัญชี ทำให้รู้ว่า การมีเงินเยอะๆ ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีแรงบันดาลใจ และระบบธุรกิจมีขอบเขตจำกัดอย่างไร ต่อมาปี 2539 มาทำงานอยู่ NGO ชื่อสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) ที่มีคุณหมอพลเดช ปิ่นประทีปเป็นเลขาฯ ทำให้รู้ว่างานด้านเคลื่อนไหวสังคม งานวิชาการ งานประสานพลังทำอย่างไร รวมทั้ง ได้มีโอกาสร่วมเป็นคณะทำงานพัฒนากลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ฯ ที่ก่อตั้งโดยพระอาจารย์สุบิน ปณีโต วัดไผ่ล้อม จ.ตราด ในการทำงานชุมชนเข้มแข็ง อีกทั้งได้ใช้ความรู้เรื่องบัญชีบริษัทมาช่วยทำบัญชีแบบชาวบ้าน  และในขณะนี้ มาอยู่เป็นผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ในฐานะหัวเรือนำพาขบวนการงดเหล้ามาตั้งแต่ปลายปี 2548 ได้ใช้ความรู้งานภาคประชาสังคม รวมทั้งได้เรียนรู้งานด้านการรณรงค์ทางสังคม (Social Campaign) ได้ร่วมกับคณะก่อการบุกเบิกการรณรงค์แก้ปัญหาจากแอลกอฮอล์อย่างสนุก และท้าทายจนปัจจุบัน

งานแห่งชีวิตคืออะไร?

การพัฒนากลไกภาคประชาสังคมเพื่อแก้ปัญหาจากปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ด้าน แอลกอฮอล์ บุหรี่ อุบัติเหตุ โดยไม่ใช่แค่เป็นปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นการสู้กับทุนนิยม บริโภค และการครอบงำจากธุรกิจ ซึ่งสังคมไทยเพิ่งดำเนินการอย่างจริงจังมาในระยะเพียง 10 กว่าปีมานี้ หลังจากการตั้ง สสส. โดยแรงบันดาลใจว่า จะใช้ช่วงชีวิตนี้เพื่อวางรากฐานภาคประชาสังคมให้เข้มแข็งให้สามารถจัดตั้งตัวเอง สร้างคนของตนเองและสามารถระดมทุนภายในจังหวัดตนเองมาแก้ปัญหา และใช้ปัญหานี้นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของสังคมและชุมชนเพื่อแก้ปัญหาและพาไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

บทเรียนการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบุคคลอื่น?

การผลักดันให้เกิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และทำให้ต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ,การรณรงค์ให้เปลี่ยนค่านิยมไม่ดื่มในงานเทศกาล ประเพณี งานกาชาด งานศพ งานบวช การรณรงค์ให้งดดื่มให้ครบพรรษาจนเลิกตลอดชีวิต การประสานความร่วมมือกับครู หรืออาจารย์เพื่อปลูกฝังภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงในนักเรียน นักศึกษา เหล่านี้ เป็นบทเรียนที่หลากหลายในการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยที่ตัวเราเองเป็น Facilitator เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ให้คนที่เขามีหน้าที่ คนที่เขามีใจได้แสดง ได้เป็นเจ้าของ ได้ความภูมิใจ และเป็นพลังในการแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆ ต่อไป

การที่เราทำตัวเป็นน้ำ ประสานเชื่อมพลัง และอยู่เบื้องหลัง คือสิ่งที่สังคมขาดหายไป เราเพียงเข้ามาเติมตรงนี้

คนสร้างแรงบันดาลใจทุกวันนี้คือใคร?

ครอบครัวที่เขาดีใจที่สามีเขาเลิกเหล้า แล้วเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เหมือนได้สามีใหม่ ลูกที่ดีใจที่เขาได้พ่อใหม่จากที่เขาเลิกเหล้าได้ ซึ่งพบเห็นได้ทุกวัน เทียบเคียงกับ ครอบครัวที่กำลังเจอมรสุมปัญหาจากคนในครอบครัวดื่มอยู่ ซึ่งก็พบเห็นได้ทุกวันเหมือนกัน

ประเด็นอื่น ๆ ที่สนใจร่วมด้วย?

การพัฒนาคนหนุ่มสาว , การพัฒนาจิตใจ การค้นหาตนเอง และการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ