ABOUT US

เครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (คศน.)


 

ความเป็นมา

ปัญหาสุขภาวะไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมสุขภาพของบุคคลเพียงปัจจัยเดียว แต่มีปัจจัยหลักจากสังคม สิ่งแวดล้อม หรือที่เราเรียกว่า ปัจจัยสังคมที่กำหนดสุขภาวะ (Social Determinants of Health) อันส่งผลกระทบต่อสุขภาวะโดยตรง ปัจจัยสังคมที่กำหนดสุขภาวะเหล่านี้เป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นทุกขณะและมีการเปลี่ยนแปลงของปัญหาในอัตราที่เร็วมาก มีความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความสลับซับซ้อน (Complexity) และความกำกวม (Ambiguity) หรือที่เรียกกันว่าเราอยู่ในโลกที่ที่ผันผวน หรือ VUCA World ปัญหาทางสังคมที่กำหนดสุขภาวะนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ระบบผู้ที่เชี่ยวชาญที่แตกแขนงย่อยไปในส่วนเฉพาะด้านนั้นๆ เพราะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะขอบเขตที่ชัดเจนของตนเป็นการแก้ปัญหาคับแคบ การแก้ปัญหาหนึ่งอาจไปก่อให้เกิดอีกปัญหาหนึ่ง ไม่สามารถมองปัญหาทั้งระบบในมุมมองต่างๆ ได้ ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันได้ แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือของผู้คนมากมาย กัลยาณมิตรที่ช่วยสนับสนุน เกื้อกูลกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และเชื่อมประสานกันในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนสังคม

การจากไปของของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เมื่อต้นปี 2551 ได้ทำให้กัลยาณมิตรที่ร่วมกันทำงานพัฒนาระบบสุขภาพไทยมายาวนาน ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาผู้นำและเสริมสร้างความแข็งของ เครือข่ายมิตรภาพ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่สังคมสุขภาวะ จึงได้รวมตัวกันเป็น “เครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ” หรือ คศน. เพื่อสานภารกิจในการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่และการทำงานร่วมกันในรูปแบบที่เป็นเครือข่าย (Network) ที่มีความยืดหยุ่น รับมือกับความผันผวน ความไม่แน่นอนได้ มีการรวมพลังกัน (Synergy) ทำให้ศักยภาพในการทำงานเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยใช้ประโยชน์จากความแตกต่างหลากหลายของสมาชิกในเครือข่าย

ปรัชญา (Philosophy)

ปรัชญาในการดำเนินงานของ คศน. คือแนวคิด INN (Individual, Node, and Network) ของ ศ. นพ.ประเวศ วะสี กัลยาณมิตรอาวุโสของเครือข่าย ซึ่งสอดคล้องกับมิติสี่ด้านในการพัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืนของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)

วิสัยทัศน์ (Vision)

จะเป็นองค์กรนวตกรรมในการเชื่อมโยงเครือข่ายการขับเคลื่อนเพื่อสุขภาวะ เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะ(Well being) ที่ทรงพลังต่อสังคมไทย

top-sea

photo-1470549638415-0a0755be0619

ภารกิจ (Mission)

คศน. มีภารกิจหลักในการ เสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้นำ โดยมีการจัดโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพผู้นำและกระบวนการวิจัยและพัฒนาและการพัฒนาระบบ สนับสนุน เป็นภารกิจที่หนุนเสริมให้การพัฒนาเครือข่ายผู้นำดำเนินการได้อย่างเข้มแข็ง

ผู้นำแนวใหม่

การขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาและปฏิรูปสังคมปัจจุบันสู่สังคมสุขภาวะ ต้องอาศัย “ผู้นำ” ในลักษณะใหม่ ที่ไม่ได้มีเพียงความรู้ความสามารถในขอบเขตความถนัดหรือความสนใจเฉพาะเท่านั้น แต่ยังต้องมีกระบวนทัศน์ใหม่ เข้าใจตนและเข้าใจโลกอย่างรอบด้าน มีทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงานในสังคมที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีภาวะผู้นำใหม่ที่ไม่ได้นำเพียงคนเดียวแต่เชื่อมประสานกับคนอื่น ๆ เป็นภาวะผู้นำร่วม (Collective Leadership) ผู้นำแนวใหม่ จึงหมายถึง ผู้นำที่มี “กระบวนทัศน์ใหม่ ทักษะใหม่ และภาวะผู้นำใหม่” (New Paradigms, New Skills, New Leadership)

อัตลักษณ์ผู้นำแนวใหม่

เป็นผู้นำที่ไม่ได้ใช้อำนาจที่แข็ง (Hard power) เช่นการใช้อำนาจที่เหนือกว่าโดยตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือ ใช้อำนาจเงินในการบังคับให้เป็นไปตามที่ต้องการ แต่เป็นผู้นำที่ใช้ อำนาจอ่อน (Soft power)มากกว่า คือผู้นำคศน.จะมีคุณลักษณะเฉพาะของตนเอง (Charismatic)ที่แสดงออกอย่างชัดเจน เช่นการทำงานในพื้นที่อย่างเกาะติด ทำงานในประเด็นที่ชัดเจนต่อเนื่องปรากฎให้คนอื่นๆเห็นได้ชัดเจน และสามารถสื่อสารโน้มน้าวคนต่างๆให้คล้อยตามได้ เป็นการใช้อำนาจอ่อนที่นำคนอื่นๆในสังคมได้

การพัฒนาศักยภาพผู้นำ

คศน.ใช้กระบวนการพัฒนาทักษะ (Capacity building) ในการพัฒนาศักยภาพผู้นำจากการแก้ปัญหาจริง มีการปฎิบัติ (Action) ในประเด็นทางสังคมต่างๆไม่ว่าจะปฎิบัติการเพียงคนเดียวแล้วมีเพื่อนๆมาช่วยเสริม หรือการประสานเชื่อมโยงร่วมกันแบบรวมหมู่ (Collective leadership) โดยการทำงานร่วมกันแบบเครือข่าย การพัฒนาศักภาพผู้นำเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนในระยะเวลา 2 ปี มีทั้งกระบวนการพัฒนาทักษะ (Capacity building) ที่เรียกว่าหน่วยพัฒนาศักยภาพหลัก Core module รวม 6 module ต่อเนื่องทุก 2 เดือนในปีแรก ทั้งเรื่อง การเข้าใจตนเอง ทบทวนวิสัยทัศน์ คุณค่า เป้าหมายของชีวิต การเข้าใจตน เข้าใจผู้อื่นและเข้าใจโลก ผ่านเครื่องมือเรียนรู้ต่างๆ เช่น นพลักษณ์ Timeline ชีวิต การฟังอย่างลึกซึ้ง(Deep Listening) การสะท้อนตนเอง (Self reflection) ฯลฯ มีเรื่องของการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) ที่นำมาใช้วิเคราะห์งานและโครงการที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ ฝึกการสื่อสารสาธารณะ การเขียนเรื่องเล่า Story Telling และการทำ Clip VDO เพื่อสื่อสารสังคม เรียนรู้สันติวิธีและความเป็นมนุษย์ ผ่านการสื่อสารอย่างสันติ Non-violence communication และการจัดการความขัดแย้ง มีการใช้กระบวนการ Mentorship ในการดูแลเป็นโคช เพื่อปลดล็อคการพัฒนาศักยภาพ รวมทั้งการจัดพื้นที่กลางให้ผู้นำได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมกันเอง เป็นพื้นที่กลางที่นำเอาประเด็นที่ผู้นำสนใจร่วมกันหรือกำลังขับเคลื่อนอยู่มาเป็นพื้นที่เรียนรู้และปฎิบัติการร่วมกันระหว่างเพื่อน เป็นการทำให้เกิดภาวะผู้นำหมู่ (Collective leadership)