จากอากาศเป็นกระดาษบนกระดานประชาธิปไตย – ดร.พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล


แต่ก่อนนี้ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถ้านับตามบอร์ดเกมของมูลนิธิ ตอนนั้นเอาเกมเกี่ยวกับการจำลองประชาธิปไตย ไปให้ผู้ใหญ่เล่น ทุกคนจะปฏิเสธ บอก
 ว้ายเกม ไม่เล่นหรอก

 

นี่คือเสียงบอกเล่าของ พี่แมรี่ หรือ ดร.พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล ผู้จัดการมูลนิธิฟรีดิชเนามัน ประเทศไทย หนึ่งในองค์กรที่ใช้เกมเป็นเครื่องมือ ในการสร้างสื่อการเรียนรู้ ที่ทำให้เราสัมผัสสิ่งที่ลอยอยู่บนอากาศให้เป็นกระดาษที่จับต้องได้ อย่างบอร์ดเกม
สถานการณ์ในตอนแรก พี่แมรี่เล่าให้เราฟังว่า

“เหมือนเราเอาเกมไปแล้ว เมื่อเราเลือกตั้งในเกม ทุกคนก็บอกว่าทำไมเราต้องเลือกตั้งก็เรารู้อยู่แล้วว่าคนนี้เป็นคนดี ก็เลือกเลยสิ คนที่เล่นคนนี้หน้าตาดูดีเอามาเป็นนายกแล้วกัน เราก็จะปฏิเสธตลอดว่ามันทำแบบนั้นไม่ได้ 

แต่กลับกัน ปัจจุบันนี้ พอเอาเกมนี้ กลับไปให้ผู้ใหญ่ในวัยเดียวกันเล่น กลายเป็นว่าเขาความรู้สึกว่าเขาตื่นตัวที่จะเลือกตั้ง
พี่เลยคิดว่า การเปลี่ยนแปลงมันใช้เวลา เพราะฉะนั้นจะสั้นจะยาวก็อย่าไปหมดหวังกับมัน” 

โปรดเลือกเกมที่ท่านต้องการ

“ ทุกอย่างมันยากหมดเลย เพราะ ทุกอย่างมันคือนามธรรม พี่เลยพยายามหาเครื่องมือ ซึ่งมันไม่ใช่การตั้งวงคุยไม่มีที่สิ้นสุด หรือว่าการคุยไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีข้อยุติ ซึ่งตอนนี้เราก็ใช้เกม เป็นตัวกลาง มันทำให้เราเห็น จับต้องได้ อย่างเช่น ที่พึ่งไปมาเมื่อวาน คือ การเอาเกม เรื่องการจัดการความขัดแย้งเข้าไปเล่น”

“คนที่เข้าจะมาจากหลากหลายภาคส่วน แต่สุดท้ายทุกคนถอดบทเรียนออกมาว่า เราไม่ได้ฟังกันมากพอ เราน่าจะฟังกันมากกว่านี้ เราคิดว่าเราแสดงความเห็นแล้ว มันคือ สิทธิที่เราได้ยิน สิทธิ์ที่เราทำได้ คือ บางครั้ง มันอาจจะไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตน แต่มันหมายถึง ถ้าเรามองกันแล้ว เออ เช่นเรามีการฟังกันเยอะๆ คือฟังกันเยอะพอด้วยนะ สมมติ ว่าพี่มีอะไร พี่สามารถพูดได้ คือมันก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้ แต่ถ้าสมมติมีอีกคนหนึ่ง เขาต้องสามารถพูดกับพี่ได้แย้งได้เลย แต่ต้องอดทนฟังพี่ด้วยเช่นกัน  คือ เราจะต้องหาทางออก ร่วมกันอย่างไร ถ้าเราไม่ฟังกัน ยังไงมันก็ไม่มีทางออกอยู่แล้ว เมื่อเราฟังกันมากพอ เราทอดเวลาให้ยาวพอที่จะคุยกัน เราจะมีทางออกของความขัดแย้ง ในเรื่องทุกเรื่อง ไม่ใช่ฉันมีความคิดแบบนี้ฉันขอพูดหน่อยนะ คือ ทุกคนก็จะขอฉันพูดหน่อยนะ แล้วมันพูดกันคนละนิดสิบคน ทุกคนมีสิทธิที่จะได้พูดสิบคน แต่ เรามีเวลาที่จะฟังกันน้อยมาก เกมมันเป็นการจำลองสังคม หรือ ว่าเรื่องราวบางเรื่อง มันเป็นเครื่องมือในการย่อสังคมลงมา ทำให้เราเห็นส่งนั้นชัดขึ้น”

กดค้นหา Sim Democracy 

“คือ เราชอบไปเน้นกันที่ ประชาธิปไตยที่เป็นกลไก หรือ ว่ารูปแบบของมัน อย่างเช่นถ้ามีอะไรไม่พอใจเราก็ต้องออกมาประท้วง ซึ่งการประท้วงคือการแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในประชาธิปไตย อันนี้พี่ไม่โตแย้งเลย แล้วก็สนับสนุนด้วย แต่ว่าพี่พึ่งถอดบนเรียนเร็วๆ นี้ สิ่งหนึ่งที่พี่ค้นพบ คือ เมื่อเราจะสอนเด็กเรื่องประชาธิปไตย เราน่าจะเริ่มจากฐานรากของมัน หมายถึง ทัศนคติ ความคิด มากกว่าที่จะมาสอนว่าประชาธิปไตยหมายถึงอะไร  หมายถึงระบบการปกครองแบบไหน ต้องมีเลือกตั้ง ต้องมีรัฐสภาอะไรแบบนี้ พี่คิดว่าเราน่าจะให้ย้อนกลับมาดูในชีวิตประจำวันของตัวเอง ว่าอะไรที่เรียกว่าประชาธิปไตยได้บ้าง ในชีวิตเรา”

เปิดเพื่อวาง

เมื่อเราเปิดกล่องเกม หรือ เปิด เกมใดๆขึ้นมา สิ่งแรกที่เราต้องทำนอกเหนือไปจากการล๊อคอิน นั่นคือการเลือก หรือ การสร้าง ตัวละคร(Character) ซึ่งบางครั้งเราก็สร้างสิ่งที่เราอยากเป็น สิ่งที่เหนือจากความเป็นเรา หรือ บางครั้ง เราก็เลือกสิ่งที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงเรามากที่สุด 

“ พี่ว่าการเล่นเกม มันทำให้คนสวมบทบาทเข้าไปอยู่ในเกม ที่เราคิดว่าเราจะเปลี่ยนอะไรได้ ทำอะไรได้ พี่เรียกว่า มันคงมีพลังงานบางอย่าง เวลาที่เราอยู่กับเกม อย่างการที่เราจะไปจับให้คนมานั่งคุยกัน หรือให้คนมาถกกันมันอาจจะเป็นวิธีการที่อยู่ข้างหลังไปแล้ว คือมันจำเป็นที่จะต้องมีสื่อดึงดูดว่า เออ มันสนุกนี้น่า แล้วที่เราเคยเข้าใจมันใช่หรือไม่ใช่ มันเกิดการเรียนรู้และตั้งคำถาม เช่น เมื่อวานที่มีจัดเล่นเกม น้องนักศึกษาก็ถกกันว่า ‘อ้าวหรอ ผมก็ไม่เคยรู้เลยนะว่าประชาธิปไตย มันมีแบบนี้ด้วย’  คือ มันเกิดการตั้งคำถาม จากการออกแบบของเกม และมันไม่ได้มีคำตอบอยู่ในเกม เพราะงั้นจึงเรียกได้ว่า เกมเป็นเครื่องมือ เพื่อการตั้งคำถาม กับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเกม ถามว่าแล้วมันจะเกิดไรขึ้น พี่ว่าบางที่มันจะไปกระตุกต่อมคิดของคนมากขึ้น บนฐานที่เราละทิ้งตัวตนบางอย่าง ”

 

เปิดการ์ดตั้งคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ 

“ การตั้งคำถาม ต้องไม่ได้มี แหล่งที่มาจากอารมณ์ ความรู้สึก เพราะสิ่งเหล่านี้ จะสร้างให้คำถามที่เราถามออกไป กลับ กลายเป็นความรุนแรง กลายเป็นการแบ่งข้าง กับอีกคนที่เราตั้งคำถาม ซึ่งเราอาจจะตั้งคำถามด้วยความใฝ่รู้ แต่ ตั้งคำถามไม่ถูก มันก็เลยนำไปสู่ความขัดแย้งบางอย่าง ได้ง่ายกว่าคำตอบ ”

“ สมมติ พี่เป็นพี่ แล้วพี่บอก น้องว่า เอ้ย! สิ่งนี้ถูกเชื่อพี่เถอะ มันกลายเป็นว่า น้องก็เชื่อ เพราะเราเติบโตอยู่ในบ้าน เราก็จะเชื่อพ่อแม่ จริงอยู่ว่าพ่อแม่ทำด้วยความรัก แต่เราก็ต้องมีสิทธิที่จะตั้งคำถาม มีข้อสงสัยได้ คือด้วยประเทศไทยมีวัฒนธรรมอาวุโส ลูกต้องเคารพพ่อแม่ นักเรียนต้องเคารพคุณครู เวลาทำงานลูกน้องต้องเคารพเจ้านาย มันทำให้เราคาดสิ่งหนึ่ง ที่เรียกว่า การตั้งคำถาม เราก็เลยไม่ตั้งคำถามกับอะไรเลย คือ เราคิด เราเชื่อได้นะ แค่เราต้องไม่หยุดในการตั้งคำถาม และ อีกสิ่งหนึ่งคือ ความเชื่อ เปลี่ยนได้เสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์ หรือ สิ่งที่เราเผชิญ ซึ่งมันก็ทำให้เราเลือกเชื่อ หรือ ไม่เชื่ออะไร ซึ่งเรามีความเชื่อได้ นอกจากตัวเองที่ต้องตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเองแล้ว เราต้องเปิดให้คนอื่น สามารถที่จะตั้งคำถามกับชุดความเชื่อนั้นของเราด้วย” 

 

คำแนะนำ : โปรดตรวจสอบการ์ดในมือ ก่อนการลงครั้งต่อไป

“ เราต้องมองกลับมาที่เราเสมอ และ ถอดบทเรียนกับตัวเอง ว่าเวลาที่เราเจออะไรที่ไม่ใช่ในความรู้สึกเราได้ตั้งคำถามกับสิ่งนั้น หรือเปล่า เพราะในสิ่งที่เรารู้สึกอาจจะใช่ หรือไม่ใช่ก็ได้ การกลับมาตั้งคำถาม เมื่อเราถกกับใคร เราฟังเขามากพอหรือยัง สิ่งสุดท้าย คือความอดทน การเข้าไปอยู่ในบางวงสนทนา อาจจะไม่ถูกใจเราไปเสียทั้งหมด คำถามคือ เราอดทนมากพอที่จะฟังเขามากแค่ไหน เพราะ การออกจากพื้นที่ปลอดภัยได้เยอะเท่าไหร่ นั่นคือการทดสอบความอดทนอดกลั้น คือ เรามักอยู่ในสิ่งที่เราสบายใจ วงที่เราสบายใจ แต่พี่ว่าบางครั้ง การพาตัวเองออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง การเจอกับสิ่งที่เราไม่ปรารถนา บางครั้ง สิ่งเหล่านี้ อาจเปลี่ยนให้ เราไปทางบวกมากขึ้น สร้างสรรค์มากขึ้น และ พี่ว่านี่คือสิ่งที่ท้าทายสำหรับมนุษย์เรา”

ก่อนจบเกมในฐานะของ ผู้เล่น 

“ เราจะทำอย่างไรให้คนส่วนใหญ่ มีประชาธิปไตยในเนื้อในตัว ไม่ใช่แค่พูดได้ว่า ประชาธิปไตยคือ ตึด ตึด แต่มันเป็นสิ่งที่ เรารู้กันแหละว่าอันนี้คือ ประชาธิปไตย แล้วจะรู้ได้อย่างไรใช่ไหม ”

“เมื่อเรา อดทน ฟัง ยอมรับ ตั้งคำถาม และ ตรวจสอบต่อสิ่งต่างๆ ที่เราไม่ชอบได้ หรือสิ่งที่เราเชื่อ แต่ พี่ว่าเราหาคำตอบของวันนี้ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่คำตอบของพรุ่งนี้ เรื่องมันก็จะเปลี่ยนไปพลวัตทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป  อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับอะไรบางอย่าง  สิ่งที่พี่ทำคือ การพยายามสร้างคนที่จะเปลี่ยนแปลง ที่นำสิ่งนี้ไปใช้ต่อ ไปบอกต่อ แล้วก็สร้าง สิ่งใหม่”

ปิดเกม