อุดมคติกับสังคมไทยในยุคอลหม่าน

วงเสวนา ‘อุดมคติกับสังคมไทยในโลกยุคอลหม่าน’ เป็นความพยายามที่จะหาคำตอบในประเด็นที่ว่า เราจะจัดวางท่าทีเช่นไรกับอุดมคติในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้สังคมไทยที่ถอยหลังลงคลองเช่นนี้
วงพูดคุยครั้งนี้จัดขึ้นโดย เครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (คศน.) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวทางการทำงานของภาคประชาสังคมต่างๆ ในการรับมือกับสภาพความเป็นไปสังคมที่เป็นอยู่

ภาพอันพร่าเลือนของอนาคตผู้นำ (ไทย)

หากเราบอกว่าทุกคนควรเป็นผู้นำ อาจเหมือนเป็นการผลักภาระไปให้ทุกคนหรือไม่ ขณะที่คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ผมกำลังรู้สึกว่าสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญในปัจจุบัน เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครรู้เลยว่า อะไรคือเรื่องที่สำคัญ มันเป็นสถานการณ์ที่มีทั้งความซับซ้อน สับสนอลหม่าน ไม่แน่ไม่นอน เปลี่ยนแปลงเร็ว

รอยยิ้มต้องเท่าเทียม: ทพญ.มาลี วันทนาศิริ

ถ้าเราคิดว่าเราไม่เกี่ยว เราทำอะไรไม่ได้ มันก็จะไม่มีจุดเริ่มต้น จริงๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นอย่างนั้นด้วย ด้วยความที่เราทำงานอยู่ในระบบจำกัด ทำกับคนที่ไม่ค่อยเยอะ แล้วโรคของเราก็เป็นโรคเฉพาะด้วย คือถ้าเทียบกับแพทย์นะ แพทย์จะสัมผัสโรคที่ภาพรวม แต่เราอยู่แค่ช่องปากเล็กๆ จึงรู้สึกเป็นข้อจำกัดส่วนตัว พยายามช่วยๆ ดึงกันออกมา

13 ปีชายแดนใต้ ความหวังยังมี

ไม่ว่าอีก 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้ก็ยังคงเฝ้ารอที่จะเห็นความสงบสุขบังเกิดขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง ตราบใดที่ยังมีความหวังและไม่สิ้นศรัทธาต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพไปเสียก่อน

เพื่อนร่วม ‘โรค’: เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล

ทั้ง 2 กระทรวงทำงานคัดง้างกันเอง เป้าหมายการทำงานและความเชื่อก็ต่างกันสิ้นเชิง กระทรวงสาธารณสุขต้องการให้คนมีสุขภาพดี แต่กระทรวงพาณิชย์เน้นเรื่องการค้า ส่งเสริมแบบไหนก็ได้ให้ประเทศมีกำไรมากๆ รวมถึงให้มีการจดสิทธิบัตรเยอะๆ

อวัยวะที่ 33 | เมื่อรถไฟฟ้าคือโอกาส ทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าถึง

ต้องแก้ปัญหาตั้งแต่กระบวนการในการออกแบบ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีตั้งการการก่อสร้างและการบริการ ระบบต้องเอื้อให้ทุกคนเดินทางได้ด้วยตนเองมากที่สุด ต้องเข้าใจอย่างแท้จริงและใส่ใจมองปัญหา

หนังสือ “เรื่องเล่าเร้าพลัง”

และคงจะดีไม่น้อย หากเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจหรือให้บทเรียนสำหรับการเรียนรู้และเติบโตของผู้คนอื่นๆ อีกมากมายในสังคมที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งอุดมการณ์เดียวกันนี้

หนังสือ “บนเส้นทางสู่ฉือจี้”

เรื่องราวที่ได้นำมาถ่ายทอดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่กลั่นมาจากความรู้สึกของผู้นำที่ร่วมเดินทาง บนเส้นทางสายเดียวกัน ที่ได้พบ ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าคุณค่าบนเส้นทางสายนี้ และน่าจะเป็นได้ทั้งคำถาม และคำตอบในเวลาเดียวกันได้อย่างเหมาะสม สำหรับ “ การเดินทางของชีวิตกับเวลาน้อนิดที่เหลืออยู่ ”

1 2 3